๒๐.ปรีคลินิก 2
- drpanthep
- 20 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
นึกย้อนไปตอนเป็นนักเรียนแพทย์ที่ผมเคยเล่าว่าผมเป็นหลักสูตรเก่าที่เรียนระบบ ๒-๒-๒ รุ่นสุดท้าย แล้วสอบตกเลยต้องมาเรียนพร้อมกับรุ่นหลังที่เรียนระบบใหม่ ๑-๒-๓ รุ่นที่ ๒
ช่วงที่ ๒ ที่เรียน ๒ ปีคือการเรียนชั้นปรีคลินิก(Preclinic) เป็นวิชาพื้นฐานทางการแพทย์ล้วน ๆ
วิชากายวิภาคศาสตร์(Anatomy) เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายตั้งแต่มองเห็นด้วยตาเปล่าต้องผ่าศพอาจารย์ใหญ่ที่เรียกว่าทำแล็บกรอสส์ไปจนต้องส่องกล้องจุลทรรศน์ในตอนที่เรียนเกี่ยวกับเนื้อเยื่อ
วิชาสรีรวิทยา(Physiology) เรียนเกี่ยวกับการทำงานของระบบต่าง ๆ ของคนเราเช่นระบบการทำงานของไตเริ่มจากตรงไหนอย่างไรไปสิ้นสุดที่ตรงไหนอย่างไร วิชานี้ต้องทำแล็บกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่นกบ หนู สุนัข และตัวคน
วิชาชีวเคมี(Biochemistry) เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างทางเคมีของร่างกายเช่นโปรตีนมีโครงสร้างอย่างไร ทำปฏิกิริยากับอะไรบ้างมีอะไรเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาอะไรเป็นตัวหน่วงปฏิกิริยา ก็เหมือนการทำแล็บทางเคมีอื่น ๆ แต่เน้นสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของร่างกาย
วิชาเภสัชวิทยา(Pharmacology) เรียนเกี่ยวกับยากลุ่มต่าง ๆ กระบวนการออกฤทธิ์ของยา
วิชาจุลชีววิทยา(Microbiology) เรียนเกี่ยวกับเจ้าเชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งที่เป็นแบคทีเรีย รา พยาธิ ต้องเพาะเชื้อ ต้องส่องกล้องจุลทรรศน์กันตลอด
วิชาภูมิคุ้มกันวิทยา(Immunology) เรียนเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและกลไกการใช้ภูมิคุ้มกันป้องกันโรคเช่นการฉีดวัคซีน
วิชาพยาธิวิทยา(Pathology) เรียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเมื่อเป็นโรคทั้งในระดับเนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ ก็ต้องส่องกล้องจุลทรรศน์ดูเนื้อเยื่อต่าง ๆ การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการแปรผลเช่นการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ก็ต้องฝึกหัดเก็บเลือด เก็บปัสสาวะมาตรวจ ต้องทำการตรวจให้เป็นตั้งแต่แบบตรวจพื้นฐานจนไปถึงการใช้เครื่องไม่เครื่องมืออุปกรณ์พิเศษ
วิชาโลหิตวิทยา(Hematology) โครงสร้างของเม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาวทั้งปกติ และเมื่อเป็นโรค ต้องหัดย้อมสไลด์เม็ดเลือดแล้วส่องกล้องจุลทรรศน์นับเม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ ดูลักษณะเม็ดเลือดแดง นับเกล็ดเลือด
เทอมสุดท้ายของปรีคลินิกจะมีวิชาพิเศษเรียกว่า บทนำทางคลินิกหรือ Introduction to clinical medicine วิชานี้เป็นก้าวแรกของการได้สัมผัสกับคนไข้จริง ๆ เพราะเราจะเรียนเกี่ยวกับการซักประวัติคนไข้ ประกอบไปด้วยอาการนำที่มาหาหมอ(Chief complaint) ประวัติความเป็นไปของโรคในครั้งนี้(Present illness) ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต(Past history) ประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว(Family history) การตรวจร่างกายระบบต่างๆ(Physical examination) ซึ่งเราจะถูกสอนว่าการตรวจร่างกายที่สมบูรณ์ต้องมีครบ ๔ อย่างคือ ดู คลำ เคาะ ฟัง
ตอนที่เรียนวิชานี้จะเป็นช่วงแรกของการสวมเสื้อกาวน์สั้นปักชื่อว่า น.ศ.พ.อะไร เริ่มมีการใช้อาวุธวิเศษของหมอคือหูฟัง stethoscope ต้องมารู้จักโครงสร้างของมันว่ามันมีตัวสัมผัสคนไข้ ๒ ด้าน ด้านแบนใช้ฟังเสียงแหลม ด้านกรวยใช้ฟังเสียงทุ้ม เวลาฟังต้องเสียบเข้ารูหูให้ถูกด้านต้องให้รูหูฟังพุ่งไปด้านหน้าของช่องหูเสมออย่าเสียบสะเหร่อแบบที่เห็นในละครไทย
อาจารย์ที่สอนวิชานี้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจะเป็นอาจารย์ที่เป็นหมอล้วน ๆ นี่เป็นวิชาแรกของนักเรียนแพทย์ก็ว่าได้ที่เรียนจากอาจารย์ที่เป็นหมอทุกคน
พวกเราส่วนใหญ่จะตื่นเต้นเมื่อได้ไปสัมผัสคนไข้จริง ๆ เป็นครั้งแรก เวลาซักประวัตินี่ต้องเปิดโพยกันเลย กลัวซักประวัติได้ไม่ครบ เวลาตรวจนี่บางคนตื่นเต้นมือไม้สั่น แต่ก็มีหลายคนถือโอกาสโอ้อวดชาวบ้านว่าตนเองเป็นนักเรียนแพทย์ด้วยการใส่เสื้อกาวน์สั้นเอาหูฟังแขวนคอขึ้นรถตุ๊ก ๆ หรือขี่มอเตอร์ไซค์ไปเดินแถวตลาดกิมหยง เห็นแล้วกลุ้ม
หลังจากสอบชั้นปรีคลินิกเรียบร้อยแล้ว ถ้าสอบผ่านทุกวิชาเราก็จะได้ปิดเทอมพักประมาณ ๑ เดือน เพื่อเตรียมตัวก้าวเข้าสูช่วงที่ ๓ ของนักเรียนแพทย์คือเรียนชั้นคลินิก จะเห็นว่าเราปิดเทอมสั้นมากนะครับไม่เหมือนนักศึกษาคณะอื่น
ความคิดเห็น