๒๕.CFO
- drpanthep
- 21 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
จากหมอผ่าตัดไปผ่านการอบรมอะไรหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการแพทย์ แต่ก็ยังคงทำงานด้านการรักษาเหมือนปกติ ยังคงออกตรวจผู้ป่วยนอก ยังคงอยู่เวรศัลยกรรม ยังคงอยู่เวรห้องฉุกเฉิน ยังคงอยู่เวรชันสูตรพลิกศพ ยังคงรับผิดชอบตรวจคลินิกนอกเวลาราชการ หน้าที่ด้านบริหารก็ยังคงเป็นหัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวชวิทยา จนเมื่อใกล้จะมีการออก พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ จึงมีการเตรียมตัวหน่วยบริการโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดอบรมหลักสูตรการบริหารการเงินการบัญชีของสถานบริการสุขภาพและหน่วยงานบริหารการเงินระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับผู้บริหารการเงินการบัญชี หรือที่เรียกกันว่า CFO(Chief Financial Officer) ตอนนั้นโรงพยาบาลเพิ่งจะเปลี่ยนผู้อำนวยการจากพี่วิทยา จารุพูนผล เป็นพี่สมชัย นิจพานิช ผมก็ถูกเรียกไปพบบอกว่าจะส่งผมไปอบรมหลักสูตรนี้เพื่อที่จะได้กลับมาช่วยกันทำงาน
การไปอบรมจัดที่โรงแรมหลุยส์ทาเวิร์น ถนนวิภาวดี อบรมทุกวันราชการแบบเรียนหนังสือ และกลางคืนก็มีกิจกรรมกลุ่มทำการบ้าน บางวันมีอาจารย์พิเศษมาบรรยาย
ผมต้องกลับมาเรียนบัญชีอีกแล้ว คราวนี้เรียนเข้มข้นมากเรียนระบบบัญชี เรียนการทำบัญชีงบดุล ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีการสอบด้วย หลังจากที่ผ่านเรื่องบัญชีแล้วก็เข้าสู่การวิเคราะห์งบการเงิน ต้องรู้จัก quick ratio, current ratio เพื่อดูสภาพคล่องทางการเงิน ต้องรู้จักเรื่องการลงทุนว่าจะดูอย่างไรว่าจะถึงจุดคุ้มทุน การคิดต้นทุน ค่าเสื่อม เป็นอะไรที่ใหม่และละเอียดยิ่งกว่าตอนที่อบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้ตรวจสอบภายในสู่ความเป็นองค์กรที่โปร่งใส
ผลพวงของการอบรมหลาย ๆ หลักสูตรนอกจากความรู้สารพัดด้านแล้วสิ่งที่ได้ประโยชน์คือการมีเครือข่าย มีเพื่อนฝูง แต่ไม่ได้เอากลับไปใช้ในการทำงานเพราะไม่มีตำแหน่งทางการบริหารโรงพยาบาล เป็นความล้มเหลวของกระทรวงสาธารณสุขในการจัดอัตรากำลังเช่นเคย เพราะเดิมประกาศอย่างหรูว่าจะมีการกำหนดกรอบตำแหน่ง CFO ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เพื่อให้ CFO ได้มีตำแหน่งหน้าที่และภารกิจชัดเจน แต่เอาเข้าจริงไม่มีไม่รู้ว่าทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ
เมื่ออบรมจบกลับไปผมจึงทำหน้าที่แค่วิเคราะห์งบการเงินของโรงพยาบาลทุกเดือน เพราะช่วงนั้นการจัดสรรงบประมาณรายหัวของกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้หน่วยบริการเป็นแบบ inclusive คือไปทั้งก้อน แต่เงินที่ได้รับแต่ละเดือนน้อยกว่าเงินเดือนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด การวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงินการคลังจึงสำคัญมาก เพื่อที่จะบริหารจัดการเงินบำรุงของโรงพยาบาลให้มีสภาพคล่อง แต่ไม่มีสิทธิก้าวล่วงไปในฝ่ายการเงินโรงพยาบาลซึ่งเป็นอีกอาณาจักรที่ยากจะเข้าถึง การวิเคราะห์งบการเงินก็เอาข้อมูลที่ฝ่ายการเงินให้มา ไม่มีโอกาสรู้ว่าถูกต้องหรือเปล่า
จนกระทั่งพี่สมชัย นิจพานิช ผู้อำนวยการย้ายได้ผู้อำนวยการใหม่คือพี่เผด็จ บรรจงจิตร์ ซึ่งมาถึงก็ขอให้ฝ่ายการเงินนำเสนอสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลอย่างละเอียดก็พบว่ามีช่องโหว่หลายจุดในเรื่องการเรียกเก็บลูกหนี้และตามจ่ายเจ้าหนี้ ก็เลยออกคำสั่งให้ผมเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเงินการคลัง นอกเหนือจากตำแหน่งเดิมทางบริหารของผมคือหัวหน้ากลุ่มภารกิจพัฒนาระบบบริการสุขภาพ(พรส.) และหัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวชวิทยา (หมายเหตุ : แปลกดีชีวิตผมมักจะถูกนั่งถ่างขาหลายเก้าอี้ แต่ได้เงินเท่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่ปัจจุบันนี้....๑๘ พ.ย.๒๕๖๐)
ภารกิจของผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเงินการคลังคือผมต้องจัดตั้งหน่วยงานที่เรียกว่าศูนย์บริหารหนี้สินโรงพยาบาล หนี้สินในที่นี้เป็นหนี้สินจากการบริการผู้ป่วยไม่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างอื่น ๆ ผมดึงเจ้าหน้าที่มาจากฝ่ายการเงินจำนวนหนึ่งโดยตั้งโจทย์ว่าเมื่อมีคนไข้มารับบริการจะแยกออกเป็นกลุ่ม ๆ คือสิทธิหลักประกันสุขภาพต่างหน่วยบริการ สิทธิสวัสดิการข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ สิทธิประกันสังคมต่างหน่วยบริการ กลุ่มชำระเงินเองหรือประกันชีวิต ฝ่ายการเงินจะส่งแฟ้มคนไข้ต่อมาให้ศูนย์บริหารหนี้สิน เพื่อทำการเรียกเก็บจากต้นสังกัดตามสิทธิแต่ละกลุ่มภายใน ๓ วัน ผมให้เจ้าหน้าที่เวชระเบียนซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงกับ พรส.มาช่วยตรวจสอบการลงรหัสโรคและรหัสหัตถการเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเรียกเก็บเงิน ในขณะเดียวกันเมื่อมีการเรียกเก็บเงินจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ก็จะถูกส่งมาที่ศูนย์บริหารหนี้สินโดยตรงเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลและตามจ่ายให้ต้นทางที่เรียกเก็บ
การจัดการของศูนย์บริหารหนี้สินทำให้ไม่มีหนี้คงค้างทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ จึงสามารถเห็นสภาพคล่องทางการเงินของโรงพยาบาลได้ชัดเจน
การมีภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ไม่ใช่หน้าที่ของหมอมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผมจะได้รับการยกเว้นให้บริการน้อยลง กลายเป็นว่าผมเจองานหนัก ๒ ด้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมทำอะไรที่ไม่เข้าท่าตามสไตล์คนอารมณ์ร้อนยอมหักไม่ยอมงอหลายเรื่อง อดใจรออ่านกันต่อไปครับ
ความคิดเห็น