๒๗.๕ เปอร์เซนต์
- drpanthep
- 21 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
สัตว์ทุกชนิดเมื่อถูกคุกคามจนเข้าตาจนจะมีสัญชาติญาณป้องกันตนเองไม่เว้นแม้แต่คน คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐแต่ละคนก็ยังมีการป้องกันตนเองแตกต่างกันไป บางคนใช้การหลบหนี บางคนใช้การวางเฉย บางคนใช้การต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง บางคนใช้การตอบโต้กลับเพื่อเอาคืน ใครจะใช้แบบไหนก็ขึ้นกับหลายปัจจัยเช่นความสามารถในการควบคุมอารมณ์ พื้นฐานการเรียนรู้เรื่องการดำรงชีวิตให้ปลอดภัย สภาพแวดล้อม ฯลฯ
คนเป็นหมอถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาดมี I.Q. สูง แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่อง S.Q. หรือความสามารถในการใช้ชีวิตในสังคม เพราะมักจะมีโลกทัศน์คับแคบจนบางครั้งออกจะเห็นแก่ตัว บางคนก็อาจจะมีปัญหาเรื่อง E.Q. คือความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ท่านที่ติดตามอ่านเรื่องที่ผมเขียนอาจจะถูกผมชักนำให้คล้อยตามว่าผมคือคนดี เป็นหมอที่ดี ลองติดตามต่อไปอาจจะพลิกอารมณ์ พลิกมุมมองเดิมแทบไม่ทัน
ด้วยความเป็นหมาดำตัวเดียวในหมู่แกะขาวไม่มีทางที่จะกลายพันธุ์เป็นแกะขาวได้ ระหว่างหมากับแกะ หมาย่อมมีสัญชาตญาณของความดุร้ายมากกว่าแกะ จากที่เคยอยู่ด้วยกันแบบต่างคนต่างอยู่ วันหนึ่งที่หมารู้สึกว่าถูกคุกคามหมาจะแสดงสัญชาตญาณดิบออกมาทันที
การใช้ชีวิตในฐานะสมาชิกองค์กรแพทย์โรงพยาบาลแบบต่างคนต่างอยู่ของหมอผ่าตัดที่โดนดึงให้ไปช่วยงานบริหารจนตกหลุมลึกลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้ที่มีภารกิจ ๒ ด้านคือทั้งบริการรักษาคนไข้ และการบริหารถึงจุดแตกหักเมื่อวันหนึ่งมีแนวคิดเรื่องการพัฒนาบุคลากรภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร. มีคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาหาบุคลากรที่เป็น ๕ เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของหน่วยงาน ที่เป็นผู้ที่ขาดสมรรถภาพทางการปฏิบัติงาน แล้วให้นำบุคลากรกลุ่มนี้ไปวางแผนพัฒนาศักยภาพ
เป็นโจทย์ใหญ่ของผู้อำนวยการว่าบุคลากรหลายร้อยคนในโรงพยาบาลทุกสาขาวิชาชีพทุกระดับจะวัดอย่างไรว่าใครคือกลุ่มด้อยสมรรถภาพ ๕ เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของโรงพยาบาล เพราะปกติการประเมินบุคลากรเพื่อพิจารณาขั้นเงินเดือนก็มีปัญหามาก เนื่องจากถูกมองว่าประเมินจากความรู้สึกมากกว่าความเป็นจริงของผลงาน
ผู้อำนวยการในขณะนั้นเลยออกคำสั่งให้ทุกหน่วยงานของโรงพยาบาลต้องทำการส่งรายชื่อผู้ที่คิดว่าด้อยสมรรถภาพในสัดส่วน ๒๐ ต่อ ๑ หน่วยงานที่มีบุคลากรน้อยกว่า ๒๐ คนก็ต้องเสนอมา ๑ คน ผมในฐานะที่รับผิดชอบ ๒ หน่วยงานคือกลุ่มภารกิจพัฒนาและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพ(พรส.) และศูนย์บริหารหนี้สิน ก็ต้องคัดเลือกบุคลากรจากทั้ง ๒ หน่วยงามตามสัดส่วนดังกล่าว ซึ่งผมมีความเห็นว่าการประเมินแบบนี้ไม่เป็นธรรมกับบุคลากรในความรับผิดชอบของผม เพราะทั้ง ๒ หน่วยงานนี้จัดเป็นหน่วยงานที่มีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจนต่อโรงพยาบาลแต่ผู้อำนวยการยังยืนยันแนวคิดเดิม ผมเลยเสนอตัวว่าถ้าหากผู้อำนวยการยังยืนยันผมก็ขอเสนอชื่อตัวผมเองเป็นกลุ่ม ๕ เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของทั้ง ๒ หน่วยงาน เพราะผลงานของทั้ง ๒ หน่วยงานเป็นความร่วมมือกันของบุคลากรทุกคน ผมไม่สามารถจัดใครเป็นผู้ด้อยสมรรถภาพได้ แต่ผู้อำนวยการไม่ยอมเลยเกิดการโต้เถียงกันถึงขั้นผมกับผู้อำนวยการไม่พูดกันทั้ง ๆ ที่ปกติเรา ๒ คนไปเล่นกอล์ฟด้วยกันสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง กอล์ฟเป็นกีฬาที่ผมใช้เป็นเครื่องมือผ่อนคลายอารมณ์ ที่ตลกคือเรา ๒ คนยังคงไปเล่นกอล์ฟด้วยกันทั้ง ๆ ที่ไม่พูดกัน ถึงเวลาผมก็ขับรถพาผู้อำนวยการไปโดยต่างคนต่างนั่งเงียบ พอถึงสนามกอล์ฟออกก๊วนเดียวกัน แต่ไม่พูดกันต่างคนต่างตี คุยกับแคดดี้ไม่คุยกับเพื่อนร่วมก๊วน
ที่เลวร้ายคือองค์กรแพทย์กลับประชุมกันแล้วเสนอชื่อผมเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของกลุ่มแพทย์ที่ต้องพัฒนา หากพัฒนาไม่ได้ก็ต้องเอาออกไปให้พ้น ผมเข้าพบผู้อำนวยการและบอกว่างานนี้ผมไม่ยอม เพราะผมคิดว่ามีหมอหลายคนที่เลวร้ายกว่าผม งานในหน้าที่ยังทำไม่สมบูรณ์เลย ในขณะที่ผมมีงานนอกเหนือจากการเป็นแพทย์ล้นมือ ผมยินดีเสนอตัวเป็น ๕ เปอร์เซนต์แทนลูกน้องที่ช่วยงานผมมาด้วยดี แต่ผมจะไม่ยอมให้องค์กรแพทย์เสนอชื่อผมเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์สุดท้ายเพราะมีอคติกับผม ผู้อำนวยการนิ่งเงียบ การนิ่งเงียบ นิ่งเฉยของผู้อำนวยการ ทำให้ความเป็นหมาจนตรอกในตัวผมมันปะทุขึ้น อารมณ์ผมคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาด้วยความคับแค้นใจ วันหนึ่งผมเห็นประธานองค์กรแพทย์เดินขึ้นบันไดจะมาพบผู้อำนวยการ ผมยืนดักรอพอเขาเดินมาถึงผมกระชากคอเสื้อทันทีถามว่าจะเอายังไงกับผม เงื้อหมัดกะว่าจะชกให้กลิ้งตกบันไดไปเลย แต่มีคนเข้ามาดึงตัวผมห้ามผมไว้
โชคดีที่โครงการนี้ถูกสั่งการมาให้ทำ แต่ไม่มีการติดตาม มันเลยถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ผมเลยไม่ได้เป็น ๕ เปอร์เซนต์สุดท้าย
ความคิดเห็น