๓๓.ทำกายภาพบำบัด
- drpanthep
- 22 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ว่าไว้ว่าภาวะสมดุลจะเกิดขึ้นได้อุปสงค์(demand) ต้องเท่ากับอุปทาน(supply) ระบบบริการสาธารณสุขก็ต้องมีภาวะดุลยภาพหรือสมดุลเช่นกัน วันใดที่เกิดดุลยภาพทางระบบบริการสาธารณสุขประชาชนทุกคนก็เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทัดเทียมกัน แต่ในชีวิตจริงยังไม่เคยมีดุลยภาพที่ว่าหรือไม่มีแม้แต่การเข้าใกล้ภาวะสมดุล
ผมคิดว่าผมเป็นคนที่มีโอกาสดีกว่าชาวบ้านตาสีตาสาตามียายมามากมาย แต่เหตุการณ์ที่ผมประสบกับตนเองใน ๒ วันนี้มันทำให้ผมรู้สึกสะเทือนใจกับระบบบริการสาธารณสุขของไทยอย่างมาก
เมื่อวานผมไปทำหน้าที่ผู้ตรวจประเมินคุณภาพห้องตรวจสวนหลอดเลือดโคโรนารี่หัวใจของโรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช ผมมีอาการปวดไหล่ซ้ายจนยกแขนไม่ขึ้นมาหายวันจึงถือโอกาสว่าจะให้เพื่อนที่เป็นหมอศัลยกรรมกระดูกช่วยฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบให้แต่เพื่อนผมดันเป็นอัมพาตเฉียบพลันจากภาวะเส้นเลือดในสมองตีบต้องส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก่อนผมจะไปนครศรีธรรมราชเพียง ๒ วัน ผมจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นพบหมอคนอื่นแทน
ผมได้รับการช่วยเหลือจากหลาย ๆ คน พี่อ๋อย องค์อร พรหมสุภา รุ่นพี่ร่วมโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ปัตตานี ซึ่งเป็นอดีตพยาบาลโรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราชไปติดต่อทำบัตรคนไข้ไว้ให้ล่วงหน้า แล้วมารับผมไปตรวจคลินิกรุ่งอรุณตั้งแต่เวลา ๗ โมงเช้า เพื่อพบคุณหมอณภัทรสพล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู คุณหมอณภัทรสพลจึงนัดว่าบ่ายโมงจะฝังเข็มเพื่อลดอาการปวดให้ หลังจากนั้นให้ไปทำกายภาพบำบัด พร้อมกับสั่งยาให้กิน ผมได้รับการอำนวยความสะดวกจากหญิง วิลาวัณย์ พงศาปาน รุ่นน้องโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ปัตตานี ๑ รุ่นซึ่งเป็นหัวหน้าพยาบาล CCU อำนวยความสะดวกพาไปยังจุดบริการต่าง ๆ ผมได้พี่แอ๊ะ สุนิตย์ อาชาฤทธิ์ รุ่นพี่รุ่นเดียวกับพี่อ๋อยซึ่งเป็นพยาบาลกลุ่มภาระกิจพัฒนาและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพไปช่วยเบิกยาให้ในระหว่างที่ผมนอนทำกายภาพ
นอกจากนี้คุณหมออภิชาต วชิรพันธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ผมเมื่อครั้งที่คุณหมออภิชาติเป็นแพทย์ใช้ทุนภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ยังโทรศัพท์ไปกำชับกับหน่วยกายภาพบำบัดให้ดูแลผมเป็นอย่างดี
เส้นทางการเข้ารับบริการของผมสะดวกสบายฉลุยมาก เพราะผมเป็น...นายแพทย์ปานเทพ คณานุรักษ์
วันนี้ผมนำจดหมายของคุณหมอณภัทรสพลเพื่อไปขอรับการรักษาต่อเนื่องที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ที่บริเวณกระทรวงสาธารณสุข ผมเข้าศึกษาข้อมูลการขอรับบริการจากเว็บไซต์ของสถาบันฯ พบว่ามีการบริการนอกเวลาราชการตั้งแต่ ๕ โมงเย็น แต่ต้องไปยื่นบัตรตั้งแต่บ่าย ๓ โมง ผมไปแบบนายปานเทพเพราะไม่รู้จักใครเลยที่นั่น ถึงสถาบันฯประมาณบ่าย ๓ โมง ๑๐ นาที เจ้าหน้าที่บอกว่าคิวตรวจเต็มแล้ว ผมก็เลยถามว่ามีช่องทางไหนบ้างที่ผมจะได้รับการตรวจ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปขอนัดตรวจล่วงหน้า ผมได้คิวนัดตรวจวันที่ ๑๕ กันยายน คืออีก ๖ วันเลย แล้วช่วง ๖ วันนี้ผมจะทำอย่างไรกับอาการปวดไหล่ยึดของผม
ผมขับรถกลับบ้านแล้วคิดสะท้อนใจมาตลอดทางว่านี่ขนาดเราเป็นหมอไปขอรับบริการใน ๒ โรงพยาบาลที่มีสายสัมพันธ์ต่างกันเรายังเจอเหตุการณ์แบบนี้ ยังดีที่เราเป็นหมอแล้วยังรู้จักรักษาตนเองให้ประคับประคองต่อไปอีก ๖ วัน แล้วนี่ถ้าเป็นชาวบ้านทั่ว ๆ ไปที่ไม่มีเส้นสายอะไรเลยจะเป็นอย่างไรบ้าง ป่านนี้ก็คงรักษากันไปตามมีตามเกิดนอนทนทุกข์ทรมานจนเกิดความพิการเพราะเข้าไม่ถึงการบริการของรัฐ ไม่มีปัญญาไปรับบริการในภาคเอกชนที่แพงมหาศาล
สรุปว่าระบบบริการสาธารณสุขของบ้านเรายังไร้ซึ่งความเท่าเทียม(equality) และความเสมอภาค(equity) ยังเป็นระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา และยังคงเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน ผมเชื่อว่าผมตายไปแล้วก็คงยังไม่เห็นไอ้สิ่งที่เรียกว่าความเท่าเทียมกัน ความเสมอภาคกัน
ความคิดเห็น