๓๔.ท่าวังผา
- drpanthep
- 22 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
คนเป็นหมอทุกคนจะผ่านการพบเห็นสิ่งที่เป็นวัฏจักรแห่งชีวิตคือเกิด แก่ เจ็บ ตาย จนหลายคนมองว่าคนเป็นหมอชาชินกับการป่วย การตาย
ผมคิดว่าถึงจะเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งปานใด แต่คนเป็นหมอทุกคนอย่างน้อยต้องมีสักครั้งในชีวิตของการเป็นหมอที่รู้สึกกับสะเทือนใจกับการป่วยการตายของบุคคลที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง
สำหรับตัวผมเองตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์จนจบทำงานเป็นแพทย์ใช้ทุนศัลยศาสตร์ เป็นแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ทรวงอก จบบอร์ดเป็นศัลยแพทย์ทรวงอกเต็มตัว จนสุดท้ายกลายเป็นศัลยแพทย์ทั่วไปก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตการเป็นศัลยแพทย์หรือหมอผ่าตัด ผมก็เห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตายของเพื่อนมนุษย์มากมายก่ายกอง โดยเฉพาะการตายอย่างไม่สมควรตาย แต่ผมไม่เคยรู้สึกสะเทือนใจทากเท่ากับสิ่งที่ผมพบเห็นเมื่อผันตนเองมาทำงานด้านบริหาร
เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ ผมได้รับคำสั่งให้เข้ามาช่วยงานที่สำนักงานส่วนกลางแบบไม่ทันตั้งตัว สัปดาห์ที่ ๓ หลังจากเริ่มงานใหม่ผมต้องเดินทางไปจังหวัดน่าน เพื่อไปพบกลุ่มผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย(Hemophilia) ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์จากรุ่นสู่รุ่นในครอบครัว คนไข้จะมีอาการเลือดไหลไม่หยุดเมื่อมีบาดแผล หรือเกิดภาวะเลือดออกในข้อทำให้เกิดความพิการ โดยจุดนัดพบของเราคือโรงพยาบาลท่าวังผา จังหวัดน่าน เนื่องด้วยมีข้อจำกัดเรื่องเวลาทำให้คณะที่ไปต้องเดินทางไปพักที่เชียงใหม่ ๑ คืน รุ่งเช้าออกเดินทางด้วยรถยนต์ไปจังหวัดน่านระยะทางประมาณ ๓๕๐ กิโลเมตร ผมต้องทนทรมานกับการเดินทาง เพราะปกติผมเป็นคนเมารถง่าย ประกอบกับพักผ่อนน้อยจากความตื่นเต้นจนนอนไม่หลับที่ต้องรับการตรวจประเมิน ISO ก่อนหน้านั้น ๑ วัน เราเดินทางออกจากเชียงใหม่ได้สักพักเกือบจะถึงลำปางผมก็เริ่มเมารถ โชเฟอร์จอดเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน ผมก็ลงไปคายอาหารเช้าอย่างหมดไส้หมดพุง ทนทรมานหลับตาวาดมโนภาพว่ารถกำลังเลี้ยวโค้งซ้ายขวาขึ้นเขาลงเขาอยู่ ๔ ชั่วโมงจึงถึงโรงพยาบาลท่าวังผา ชาวคณะลงไปพบทีมงานท่าวังผา แต่ผมต้องขอปรับสภาพร่างกายอยู่บนรถ เพราะเวียนศีรษะมาก ลุกยืนแทบไม่ไหว มันโคลงเคลงไปหมด บอกตรง ๆ เลยว่าตอนนั้นรู้สึกแย่มาก แต่เมื่อนึกถึงทีมงานทั้งของเราที่พร้อมใจกันมาปฏิบัติภารกิจและชาวน่านที่อยากฟังบางสิ่งบางอย่างจากผู้บริหารของสำนักบริหารจัดการโรคเฉพาะ แล้วนี่ผมจะถอดใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ต้องปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการโรคเฉพาะหรือ ผมก็เลยฝืนใจฝืนกายไปเข้าห้องประชุมจนได้
หลังจากที่กล่าวบรรยายถึงนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพในการสนับสนุนการบริการผู้ป่วยฮีโมฟีเลียแบบยังมึนจากการเมารถ ผมก็ต้องหายมึนเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ฟังผู้ป่วยและผู้ปกครองเล่าถึงความทุกข์ทรมานที่ป่วยเป็นโรค และความยากลำบากในการไปรับการรักษา พวกเขาต้องรับความทุกข์ทรมานมากกว่าผมหลายเท่า บางครอบครัวต้องพบกับความสูญเสียบุตรหลาน สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ผมได้รับฟังคำปวารณาตัวที่จะช่วยเหลือครอบครัวอื่น ๆ จากครูท่านหนึ่ง ผู้ที่ดูแลบุตรชายที่ป่วยด้วยโรคฮีโมฟีเลียมา ๒๕ ปี เป็นสิ่งที่ยากจะบรรยาย
จากนั้นทีมงานของเราได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยฮีโมฟีเลียได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยรายหนึ่งที่ตลอดชีวิต ๓๐ กว่าปี เพิ่งจะทราบในวันนี้ว่าเขามีสิทธิที่จะได้รับการดูแลตามชุดสิทธิประโยชน์ที่ สปสช.จัดให้ เขาพูดคุยไปพร้อมกับน้ำตาที่คลอด้วยความตื้นตัน อีกครอบครัวเล่าให้พวกเราฟังว่าผู้เป็นแม่สูญเสียพี่ชาย ๓ คนจากโรคฮีโมฟีเลีย แล้วยังมาสูญเสียลูกชายอีกคนจากโรคนี้เช่นกันลูกชายที่เหลืออีก ๒ คนก็ป่วยเป็นฮีโมฟีเลียจนเกิดความพิกลพิการเดินไม่ได้เพราะมีเลือดออกในข้อเข่าซ้ำแล้วซ้ำอีกจนข้อยึดติดผิดรูป เมื่อถามว่าจะไปลงทะเบียนรับการรักษาที่ไหนระหว่างโรงพยาบาลลำปางกับโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ แกยืนยันว่าจะรักษาที่โรงพยาบาลน่านเท่านั้น เพราะแค่เดินทางจากอำเภอบ่อเกลือมาเข้ากลุ่มที่ท่าวังผายังต้องเสียค่าเดินทางตั้งพันบาท ผมฟังแล้วแทบจะร้องไห้นี่ขนาด สปสช.จัดชุดสิทธิประโยชน์เพื่อให้มีการเข้าถึงบริการได้ง่าย แต่ประชาชนก็ยังมีปัญหาจากปัญหาอื่น ๆ ในการไปรับบริการ มันเป็นข้อจำกัดทางสังคมและเศรษฐกิจที่อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา
กล่าวได้ว่าการได้ไปพบปะผู้ป่วยฮีโมฟีเลียและครอบครัวที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายมานาน เพราะความไม่รู้ว่าโรคนี้ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ เพราะความยุ่งยากในการรักษาที่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปรับการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เท่านั้น จนแม้เมื่อรัฐบาลออกพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับสิทธิในการดูแลด้านสุขภาพจากรัฐบาลอย่างเท่าเทียมกันและทั่วถึง เราก็ยังเจอข้อจำกัดทางด้านสังคมด้านเศรษฐานะทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงบริการที่รัฐจัดให้ ทำให้ผมสะเทือนใจมาก และได้ตั้งปณิธานในใจว่าตราบใดที่ยังมีโอกาสผมจะต้องใช้ความรู้ ความสามารถ เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขโดยเฉพาะโรคที่เป็นปัญหาของสังคม ปัญหาของประชาชนให้เกิดระบบบริการที่ดีมีคุณภาพและประชาชนเข้าถึงบริการได้ทั่วถึงกัน
ความคิดเห็น