top of page

๓๖.เงินบำรุง

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 22 เม.ย. 2565
  • ยาว 1 นาที

หยุดดราม่าไปนานเริ่มมีอารมณ์อีกครั้ง หลังจากได้ไปฝึกกำหนดสติสร้างสมาธิมาพอเป็นน้ำจิ้ม ช่วงนี้คงจะเห็นข่าวชื่นชมยินดีคุณหมอท่านหนึ่งที่ดูแลเด็กแรกเกิดที่เป็นลูกคนต่างชาติที่ตะเข็บชายแดนโดนไม่สนใจว่าเป็นคนชาติไหน มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเปล่า


ทำไมเราจึงมาตื่นเต้นกับข่าวนี้ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่คุณหมอท่านนั้นทำคือหน้าที่ของหมอที่หมอทุกคนพึงกระทำ เป็นเพราะช่วงหลังเรามักจะได้ยินเรื่องราวของวงการหมอ ๆ ในทางที่ไม่สู้ดีมากนัก ไหนจะหมอที่ทำตัวเหมือนจบแพทยศาสตร์และพาณิชยการ ไหนจะเรื่องที่โรงพยาบาลรัฐที่พูดถึงแต่เรื่องกำไรขาดทุนในการรักษาคนไข้ ไหนจะเรื่องที่หมอถูกฟ้องเพราะคนบางคนเชื่อว่าถ้าคนไข้ถึงมือหมอแล้วต้องหายจากโรคต้องไม่ตาย ฯลฯ


ผมเริ่มใช้ชีวิตทำหน้าที่รักษาคนไข้ตั้งแต่เป็นแพทย์เอ็กซ์เทิร์น หรือที่สมัยก่อนเขาเรียกว่าแพทย์ฝึกหัดหรืออินเทิร์นโดยปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ๖ เดือนที่โรงพยาบาลสงขลาอีก ๖ เดือน จากนั้นก็เป็นแพทย์ใช้ทุนประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้วไปฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ทรวงอกที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จบกลับไปเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานตามนี้ไม่เคยมีใครมาบอกว่าเวลารักษาคนไข้อย่าใช้ยานั้นยานี้เพราะแพง หรือเวลาผ่าตัดอย่าใช้วัสดุทางการแพทย์ตัวนั้นตัวนี้เพราะแพง จะทำให้โรงพยาบาลขาดทุน อะไรที่เป็นประโยชน์กับคนไข้ก็ใช้ไปตามหลักวิชา


ต่อมาไปทำงานเป็นหมอที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง ราชบุรี เป็นยุคที่มีการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข กำลังมีการยกร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และประกาศใช้ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ ช่วงที่เริ่มมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อบริการสาธารณสุขให้หน่วยบริการตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯคือเหมาจ่ายตามรายหัวประชากรที่รับผิดชอบรวมเงินเดือนบุคลากรอยู่ในงบเหมาจ่ายรายหัวด้วย โรงพยาบาลบ้านโป่งได้รับงบประมาณเท่ากับเงินเดือนบุคลากรพอดี เรียกว่าไม่เหลืองบประมาณสำหรับดำเนินการบริการสาธารณสุขเลย จึงต้องมีการของบพิเศษที่เรียกว่า Contingency fund มาเสริม


แต่ตลอดเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้อำนวยการไม่เคยพูดเรื่องโรงพยาบาลขาดทุนเลย ไม่เคยสั่งหมอว่าห้ามรักษา ห้ามจ่ายยาโน่นนี่นั่นที่มีในบัญชียาของโรงพยาบาล เพียงแต่ให้ใช้กลไกของคณะกรรมการบัญชียาโรงพยาบาลทำหน้าที่กลั่นกรองการนำรายการยาเข้ามาใช้ โดยให้คำนึงถึงผลประโยชน์กับคนไข้เป็นหลักไม่ใช่ผลประโยชน์จากการสั่งจ่ายยา หากเป็นยาที่จำเป็นต้องมีเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ถึงจะแพงก็ต้องมี ไม่ต้องกลัวว่าโรงพยาบาลจะไม่มีเงินจ่ายค่ายา การรักษาพยาบาลขอให้เป็นหน้าที่ของหมอทุกคนให้รักษาตามความเหมาะสมแก่โรคจริง ๆ เรื่องงบประมาณเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการที่จะไปหามาสนับสนุนเพื่อไม่ให้การบริการต้องหยุดชะงักด้วยคำพูดว่า "โรงพยาบาลขาดทุน"


ช่วงนั้นเงินบำรุงของโรงพยาบาลซึ่งเป็นเงินรายได้ที่ได้จากการเก็บค่ารักษาพยาบาลเริ่มลดลง ผมได้ไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการงบเหมาจ่ายรายหัวและการจัดการเงินบำรุง ปัญหาใหญ่ของเราคือการที่มีบุคลากรจำนวนมากเป็นเหตุให้เรามีรายจ่ายค่าแรงเงินเดือนสูงมากจนเท่ากับเงินงบเหมาจ่ายรายหัวที่ได้ ต้องมีการวางแผนเรื่องอัตรากำลัง นโยบายของผู้อำนวยการคือคนที่อยู่แล้วต้องไม่เอาออก ดังนั้นโจทย์คือต้องมีการปรับเกลี่ยอัตรากำลังของแต่ละงาน แต่ละแผนกให้เหมาะสมเสียใหม่ทั้งข้าราชการและลูกจ้าง ช่วงแรกมีกระแสต่อต้านเยอะเพราะกลัวการต้องโยกย้ายเปลี่ยนงาน แต่หลังจากที่ผู้อำนวยการชี้แจงหลายครั้งว่าการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ แต่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการปรับเกลี่ย ก็ต้องลงเอยด้วยการเอาลูกจ้างจำนวนหนึ่งออกเพราะบางหน่วยงานมีบุคลากรเกินภาระงาน ในที่สุดก็มีการปรับเกลี่ยลูกจ้างตามภาระงาน และโยกย้ายพยาบาลบางแผนก

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
๙๓.ก่อนจะมีการร่วมจ่าย

วันก่อนนั่งเลคเชอร์นอกห้องเรียนให้น้อง ๆ ระดับ Ph.D. ที่เข้ามาทำงานในองค์กรผิดยุค เพราะขาดพี่เลี้ยง เก่งมาจากไหนก็ตามทำงานโดยไม่มีคนตั้งโ...

 
 
 
๙๒. วิกฤติบัตรทองใน กทม. พ.ศ.๒๕๖๓

วิกฤติบัตรทอง กทม. ช่วงนี้คงจะเห็นข่าวความวุ่นวายที่เกิดกับประชาชน กทม.ที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง...

 
 
 
๙๑.ก่อนจะเป็น CA anywhere

วันนี้มีคนแอบกระซิบถามผมว่าอาจารย์รู้จักกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนนี้ใช่ไหม ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าใช่ผมรู้จักหมอหนู อนุทิน...

 
 
 

ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page