top of page

๔.MM 1

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 19 เม.ย. 2565
  • ยาว 1 นาที

ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบฉันใด ชีวิตหมอผ่าตัดนั่นโรยด้วยหนามกุหลาบแซมด้วยหนามมะกรูดเลยนะจะบอกให้ เล่าเรื่องคนอื่นมาเยอะ จะเล่าเรื่องของผมเองบ้างว่ากว่าจะเป็นหมอผ่าตัดนี่ผมทำอะไรสะเหร่อไว้บ้าง โชคดีที่ยุคสมัยผมไม่มีเรื่องฟ้องร้อง คนไข้ยังรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณหมอที่ผ่าตัดรักษา ผมทำอะไรผิดพลาดก็บอกคนไข้ไปตรง ๆ ขออภัยที่พลาดไป ช่วงที่ไปเรียนต่อเฉพาะทางเป็นหมอผ่าตัดหัวใจที่ศิริราช ๓ ปี ปีแรกต้องผ่านแผนกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเช่นประสาทศาสตร์ ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ กุมารศัลยศาสตร์ ศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยศาสตร์ทรวงอก ฯลฯ พออยู่ปี ๒-๓ เรียกว่าเข้าหน่วยผมก็เข้าหน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก เนื่องจากก่อนไปเรียนต่อ ผมผ่านการเป็นแพทย์ใช้ทุนศัลยศาสตร์จากภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ หรือที่เรียกย่อว่า ศัลย์ ม.อ. ซึ่งเป็นสถาบันที่เลื่องชื่อทางด้านศัลยศาสตร์เพราะเรามีอาจารย์เก่ง ๆ หลายท่านโดยเฉพาะอาจารย์ประเสริฐ วศินานุกร ผมนี่โชคดีมากได้ติดตามช่วยอาจารย์ทำผ่าตัดสารพัดตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ นอกเวลาราชการถ้าไม่มีภารกิจผมก็ไปช่วยอาจารย์ทำผ่าตัดเล็กที่คลินิก แล้วไปต่อด้วยการช่วยทำผ่าตัดใหญ่ที่ รพ.เอกชน จึงได้ซึมซับทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติไปเยอะ ระบบการเรียนต่อด้านศัลยศาสตร์ที่ศิริราชเป็นระบบพี่สอนน้อง คือแพทย์ประจำบ้านปี ๓ สอนปี ๑-๒ พวกปี ๒ ก็ สอนพวกปี ๑ เวลาอยู่เวรด้วยกันถ้าไม่มีเคสผ่าตัดเราก็จะคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ด้วยความที่ผมเป็นศิษย์อาจารย์ประเสริฐ ผมจึงถูกตั้งโจทย์ให้เล่าว่าอาจารย์ทำผ่าตัดอะไรด้วยวิธีแบบไหน โดยเฉพาะการผ่าตัดมะเร็งหลอดอาหารที่ในประเทศไทยไม่มีใครเกินอาจารย์ แต่นั่นแหละ ถึงแม้ผมจะเห็นเยอะ ช่วยเยอะ ทำเยอะ ผมก็ตายน้ำตื้นได้เหมือนกัน เป็นความผิดพลาดที่จำไปตลอดชีวิตเลย ผมไปเรียนต่อเดือนแรกก็ทำเรื่องเลยอยู่เวรมีคนไข้เป็นไส้ติ่งอักเสบและแตก ปกติแพทย์ประจำบ้านปี ๑ จะทำได้แค่ช่วยรุ่นพี่ผ่าตัด แต่ด้วยชื่อเสียงดีผมเลยได้รับอนุญาตจากหัวหน้าแพทย์ประจำบ้านเวรวันนั้นให้เป็นคนทำผ่าตัด ไส้ติ่งแตกนี่ต้องบอกว่าหมูมากสำหรับแพทย์ใช้ทุนศัลย์ ม.อ. หลังจากคนไข้ไม่รู้สึกตัวเพราะยาสลบ น้องนักศึกษาแพทย์ปี ๖ ก็ใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ ผมก็ทายาฆ่าเชื้อปูผ้าสะอาดบริเวณที่จะผ่าตัด พอลงมีดถึงตอนใช้จี้ไฟฟ้าจี้หยุดเลือดที่ซึมจากผนังหน้าท้อง ผมจี้เพลินไปก็มีน้ำไหลซึมออกมาจากมุมด้านล่างของแผล รู้ได้ทันทีเลยว่าตูจี้เพลินไปโดนกระเพาะปัสสาวะทะลุ ถ้าเป็นที่ ม.อ. ผมก็คงเย็บปิดรูรั่วขนาด ๒-๓ มิลลิเมตรนั้น แล้วทำผ่าตัดไส้ติ่งจนเสร็จ จากนั้นจึงเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะให้เป็นเส้นใหญ่เพื่อให้ระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะได้หมดเกลี้ยง เพื่อให้รูรั่วเกิดการสมานหายเร็ว แต่ที่นี่ไม่ใช่ ม.อ. ผมกำลังยืนอยู่ในห้องผ่าตัดโรงเรียนแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย โรงเรียนแพทย์บนฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา (ใครไม่รู้ว่าเรานับฝั่งซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำอย่างไร ยกมือขึ้น) ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคนจากรุ่นสู่รุ่น ผมต้องปรึกษาแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ พี่แกมาถึงก็บอกว่าต้องทำ suprapubic cystostomy คือเจาะระบายปัสสาวะโดยใส่สายสวนทางหน้าท้อง เป็นเรื่องใหญ่เลยสิครับ หลังจากนั้นผมถูกเข้า Mortality & Morbidity conference หรือที่เรียกว่า MM คือจะมีการนำผู้ป่วยที่มีปัญหาจากการรักษาของภาควิชาศัลยศาสตร์ไปเป็นกรณีศึกษาอภิปรายร่วมกันในที่ประชุมใหญ่ของภาควิชาศัลยศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ ๓ ปีเกือบ ๑๐๐ คน อาจารย์ทั้งอาวุโสมากอาวุโสน้อยอีก ๓๐-๔๐ คน ลองคิดดูบรรยากาศที่เราเหมือนจำเลย ไปยืนนำเสนอประวัติคนไข้ พร้อมกับเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทุกคนฟัง แล้วก็รอรับฟังการโขกสับจากที่ประชุม กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าทีหลังอย่าทำ ทีหลังอย่าทำ ผมโชคดีมากเพราะเป็นแพทย์ประจำบ้านคนแรกของรุ่นที่โดนขึ้น MM บรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ อาจารย์จำกันได้ถ้วนหน้า สำหรับคนไข้รายนี้พบว่าเป็นความผิดพลาดของผมที่ไม่ได้ตรวจดูว่าน้อง extern ใส่สายสวนปัสสาวะเป็นอย่างไร ปรากฏว่าสายสวนมันเกิดพับงออาจจะเป็นช่วงจัดท่าคนไข้ เลยทำให้ปัสสาวะไม่ไหลลงถุงกระเพาะปัสสาวะเลยโป่ง ผมเลยจิ้มไปโดนจนทะลุ เท่านั้นยังไม่พอเมื่อขึ้นเป็นแพทย์ประจำบ้านปี ๒ เข้าหน่วยเดือนแรก มีคนไข้เป็นก้อนที่ปอด ผ่าตัดเนื้องอกที่ปอดนี่แทบจะปิดตาทำเลย แต่ผมก็ทำเหตุจนได้ ปกติหลังผ่าตัดทรวงอกเราจะต้องใส่ท่อระบายคาไว้เพื่อระบายลมหรือเลือดที่ค้างในช่องปอดออกให้หมด ตอนอยู่ ม.อ.เราใช้ท่อระบายอย่างดีเป็นพลาสติคผสมซิลิโคนสำเร็จรูป มีหลายขนาดให้ใช้ตามขนาดตัวคนไข้ พอใส่สายคาไว้เราต้องเย็บผิวหนังคนไข้แล้วผูกตรึงท่อระบายไม่ให้เลื่อนหลุด แต่ที่ฝั่งขวาแม่น้ำเจ้าพระยานี่ไม่ครับ เราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ของดีราคาแพงแบบนั้น เราต้องใช้สายยางอ่อนที่เราเรียกกันว่ายางเหลืองมาเป็นท่อระบาย ใส่แล้วก็เย็บผูกตรึงเหมือนกัน คราวนี้เกิดเรื่องสิครับ ตอนที่เย็บกระดูกซี่โครงเข้าหากันเข็มมันคมมาก ผมดันเย็บผ่านท่อยางเหลืองอ่อน ๆ ไปโดยไม่รู้สึกตัว แบบว่าความรู้สึกช้า ฮิ ๆๆ มารู้ตัวอีกทีหลังผ่าตัด ๓ วัน จะเอาท่อระบายออก ดันดึงไม่ออก เพราะเย็บติดกับกระดูกซี่โครงไปแล้ว ไม่มีวิธีอื่นผมต้องบอกคนไข้ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ขอพาไปดมยาสลบอีกรอบเพื่อเอาท่อระบายยางเหลืองออก หนีไม่พ้น MM อีกแล้วครับ ผมเป็นแพทย์ประจำบ้านปี ๒ คนแรกของรุ่นที่ถูกขึ้น MM อีกแล้ว ขนาดท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร หรืออาจารย์หลวงของพวกเรายังแซวว่าลื้อมันแน่เว้ย ขึ้น MM ก่อนเพื่อนอีกแล้ว ฮิ ๆๆ เรื่องที่เอามาเล่าก็เพื่อจะเตือนสติว่าการทำอะไรก็ตามอย่าทำด้วยความประมาท ขอให้ระมัดระวังและรอบคอบสักนิด โดยเฉพาะกับชีวิตของคนไข้หรือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน



โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
๙๓.ก่อนจะมีการร่วมจ่าย

วันก่อนนั่งเลคเชอร์นอกห้องเรียนให้น้อง ๆ ระดับ Ph.D. ที่เข้ามาทำงานในองค์กรผิดยุค เพราะขาดพี่เลี้ยง เก่งมาจากไหนก็ตามทำงานโดยไม่มีคนตั้งโ...

 
 
 
๙๒. วิกฤติบัตรทองใน กทม. พ.ศ.๒๕๖๓

วิกฤติบัตรทอง กทม. ช่วงนี้คงจะเห็นข่าวความวุ่นวายที่เกิดกับประชาชน กทม.ที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง...

 
 
 
๙๑.ก่อนจะเป็น CA anywhere

วันนี้มีคนแอบกระซิบถามผมว่าอาจารย์รู้จักกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนนี้ใช่ไหม ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าใช่ผมรู้จักหมอหนู อนุทิน...

 
 
 

ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page