๔๕.แพทย์ใช้ทุนศัลย์ ๑
- drpanthep
- 23 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
ช่วงนี้อะไรก็ศัลย์ เพราะผมเพิ่งจะกลับจากการไปเป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการประจำปีของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย และได้รับไฟล์ทะเบียนรุ่นศัลยศาสตร์ ม.อ.
อย่างที่รู้กันว่าผมเป็นพวกสอบตก ตอนที่ผมเป็นนักเรียนแพทย์ปี ๖ ตามหลักสูตรใหม่ที่เรียกกันว่า extern เพื่อนร่วมรุ่นเข้าเรียนปี พ.ศ.๒๕๒๑ จบจากการเป็นแพทย์ฝึกหัดหรือ intern และก้าวเข้าสู่การเป็นแพทย์ใช้ทุน ซึ่งถูกกำหนดว่าต้องใช้ทุนให้รัฐบาล ๒ ปี
ปี พ.ศ.๒๕๒๘ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือที่เราเรียกกันว่า ศัลย์ ม.อ.(ต้องเป็น ม จุด อ จุด เสมอนะครับ ภาควิชาศัลย์ทำหน้าปกทะเบียนรุ่นผิด) เริ่มรับแพทย์ใช้ทุนเป็นปีแรก มีคนมาสมัครหลายคนแต่คัดเลือกมา ๔ คน ตามโควตาที่ได้รับจากแพทยสภา
แพทย์ใช้ทุนศัลย์ ม.อ.รุ่นแรกนี้จบแพทย์จุฬาฯ ๓ คน จบแพทย์ศิริราช ๑ คน พวกที่จบจุฬาฯทั้ง ๓ คนเป็นพวกเข้าเรียนแพทย์ปี พ.ศ.๒๕๒๑ เหมือนผมจบ intern แล้วมาเป็นแพทย์ใช้ทุน ส่วนคนที่จบศิริราชเป็นรุ่นน้อง ๑ รุ่น เข้าเรียน พ.ศ.๒๕๒๒ เป็น extern รุ่นแรก จบแพทย์ปี ๖ ก็มาเป็นแพทย์ใช้ทุนเลย
๔ คนนี้มาทำงานที่ภาควิชาศัลย์ ม.อ. ช่วงที่ผมเป็น extern ผ่านกองศัลย์ ก็ต้องมี ๔ คนนี้คุมตามลำดับชั้น ผมก็เรียกแกว่าพี่หมดแหละ พี่เอี๋ยม พี่โป๋ พี่เจ๊ พี่เต้ง เพราะผมหน้าเด็ก ฮิ ๆๆ จึงไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นพวกแก่พรรษาสอบตกซ้ำชั้น จนวันหนึ่งผมอยู่เวรมีคนไข้ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน พี่เอี๋ยมเป็นแพทย์ใช้ทุนเวร พี่บิ๊กลีเป็นอาจารย์เวร ใครอยากรู้จักพี่บิ๊กลีต้องย้อนกลับไปอ่านดราม่าเรื่อง ครูแพทย์ ตอน บิ๊กลี อย่าเพิ่งท้อครับ เฟซบุ๊กมันไม่เอื้อต่อการค้นหาเรื่องราวเก่า ๆ หายากเอาการ ไว้ผมมีเงินทุนสักก้อนผมจะจัดพิมพ์เรื่องดราม่าชุดต่าง ๆ แจก ผมคงจะไม่ขายเหมือนอาจารย์แป๊ะ @thanapun chooboon ที่แกเขียนเรื่องใต้เตียงของหมอสูติขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ระหว่างที่ทำผ่าตัดพี่บิ๊กลีแกก็สอนพี่เอี๋ยมไปจนใกล้จะเสร็จ แกก็ชวนผมคุยโน่นคุยนี่ตามประสา แล้วแกก็หันไปบอกพี่เอี๋ยมว่าหมอรู้มั๊ยไอ้ปานนี่มันเป็นนักเรียนแพทย์ที่ทันกับผมตอนผมเป็นนักเรียนแพทย์นะ เท่านั้นแหละพี่เอี๋ยมหันมามองหน้าผมพร้อมกับบวกลบเลขในใจ พี่บิ๊กลีแกเข้าเรียนแพทย์ปี พ.ศ.๒๕๑๗ คนที่จะทันเห็นแกเป็นนักเรียนแพทย์อย่างน้อยต้องเข้าเรียนแพทย์ปี พ.ศ.๒๕๒๒
พอเสร็จผ่าตัดออกมานั่งคุยกันพี่เอี๋ยมแกก็ถามผมว่ารหัสเท่าไหร่ ผมบอก ๒๑ คือเข้ามหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๒๑ แกบอกว่าเรารุ่นเดียวกัน ไม่ต้องเรียกพี่ หลังจากนั้นแวดวงแพทย์ใช้ทุนศัลย์ก็รู้กันว่าผมเป็นนักเรียนโค่งเราเลยเรียกชื่อกันเฉย ๆ พอปีถัดไปผมก็เข้ามาเป็นแพทย์ใช้ทุนศัลย์ ม.อ. รุ่น ๒
ผมไปประชุมราชวิทยาลัยศัลย์ครั้งนี้เจอเจ๊ แกเป็นคนเดียวของแพทย์ใช้ทุนศัลย์ ม.อ.รุ่น ๑ ที่ยังเป็นศัลยแพทย์ เป็นอาจารย์หน่วยกุมารศัลยกรรมที่จุฬาฯ ส่วนคนอื่นนั้นโป๋ไปเป็นสูติแพทย์ เอี๋ยมเป็นเจ้าของคลินิกความงามมีชื่อด้านการทำเลเซอร์ เต้งก็เปิดคลินิกเสริมความงาม
ความคิดเห็น