๔๙.AED
- drpanthep
- 23 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
เดี๋ยวนี้ถ้าเราเดินตามห้างใหญ่ ๆ หรือสนามบินหรือหน่วยงานบางหน่วยงาน เราจะเห็นตู้แขวนติดฝาผนัง หรือตู้วางพื้นมีป้ายเขียนบอกว่า "เครื่อง AED" หลายคนอาจจะงงว่ามันคืออะไร AED ย่อมาจาก Automated External Defibrillator แปลเป็นไทยว่าเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ทำไมต้องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า พบว่าภาวะหัวใจหยุดเต้นคลำชีพจรไม่ได้ มี ๒ สาเหตุใหญ่ ๆ คือ หัวใจหยุดเต้นไปเลยจริงๆ(asystole) กับภาวะที่หัวใจห้องล่างเต้นพริ้วจากการส่งกระแสไฟฟ้าของหัวใจขัดข้อง(ventricular fibrillation หรือ VF) ดังนั้นในการช่วยฟื้นคืนชีพ(Cardiopulmonary resuscitation หรือ CPR) จึงให้มีการปั๊มหน้าอกเพื่อบีบนวดหัวใจให้มีเลือดไปเลี้ยงสมอง ถ้าหากเป็นภาวะ VF สามารถแก้ด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อคกระตุก ให้ระบบไฟฟ้าของหัวใจกลับมาปกติ การใช้ไฟฟ้าช็อคกระตุกหัวใจเราเรียกว่า defibrillation เครื่องช็อคไฟฟ้าเรียกว่า defibrillator ซึ่งมีหลายแบบ แบบกระตุกภายนอกหรือ external defibriilator ต้องใช้คนจับแผ่นขั้วไฟฟ้าไปแตะบนหน้าอกคนไข้แล้วกดปุ่มทำงานแบบที่เราเห็นในภาพยนตร์นั่นแหละ หรือแบบกระตุกภายใน internal defibrillator อันนี้จะมีพวกวิชาชีพอย่างผมคือหมอผ่าตัดหัวใจใช้ โดยเอาแผ่นขั้วไฟฟ้าไปแตะที่หัวใจโดยตรงเลย ทำในกรณีที่ผ่าตัดเปิดทรวงอกเห็นหัวใจ ส่วน AED หรือ Automated External Defibrillator นี่ก็เป็น external defibrillator แต่มีความพิเศษคือเครื่องจะทำการประมวลผลการเต้นของหัวใจของคนไข้เอง ถ้าพบว่าเป็น VF ก็จะสั่งให้เรากดปุ่มช็อคไฟฟ้า
ปัจจุบันในการช่วยฟื้นคืนชีพหรือ CPR ถือว่าการใช้เครื่อง AED เป็นขั้นตอนของการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน(Basic Life Support หรือ BLS) กรรมการการแพทย์ฉุกเฉินได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้การใช้เครื่อง AED เป็นการปฐมพยาบาล นั่นหมายความว่าใครก็ใช้ได้ และหากมีข้อผิดพลาดจากการใช้งานไม่ถือเป็นความผิด
ข้อระวังของการใช้เครื่อง AED คือเครื่องนี้จะปล่อยกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่มีค่าพลังงานมหาศาล คนที่สัมผัสตัวคนไข้อาจจะได้รับอันตรายได้ ทุกคนต้องไม่สัมผัสตัวคนไข้ในขณะที่เครื่องทำงาน
26 กรกฎาคม เวลา 8:16 น
ความคิดเห็น