๖๙.หลุมพรางของการจัดบริการ
- drpanthep
- 24 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
หลุมพรางหรือที่ชอบเรียกทับศัพท์ว่า pitfall ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขก็มักจะทำให้เส้นทางเดินที่เราวาดฝันไว้พังลงอย่างไม่เป็นท่า
เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๓๘ ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ ระบุว่าให้มีการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการของหน่วยบริการ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคคลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ให้ใช้จ่ายเงินกองทุนฯโดยคำนึงถึงการพัฒนาการบริการสาธารณสุขในเขตพื้นที่ที่ไม่มีหน่วยบริการเพียงพอหรือมีการกระจายของหน่วยบริการอย่างไม่เหมาะสมประกอบด้วย
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. ได้รับโจทย์มากมายถึงการจัดระบบบริการด้านต่าง ๆ ว่ายังมีปัญหาต่อการเข้าถึงบริการ หรือมีปัญหาเรื่องคุณภาพบริการ สปสช.ก็ใช้อำนาจตามมาตรา ๓๘ เข้าไปจัดระบบบริการหลายเรื่องเกิดประโยชน์กับประชาชนมากมายไม่เพียงแต่ประชาชนที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแต่สิทธิอื่น ๆ เช่นสวัสดิการข้าราชการ สิทธิประกันสังคมก็พลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย เพราะเมื่อจัดระบบบริการขึ้นมาแล้วหน่วยบริการคงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าระบบนี้จะให้บริการเฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่นการจัดระบบบริการตติยภูมิด้านโรคหัวใจ สปสช.มีการตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยอายุรแพทย์โรคหัวใจ กุมารแพทย์โรคหัวใจ ศัลยแพทย์ทรวงอก พิจาณาจัดตั้ง Excellent Center ด้านโรคหัวใจขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ โดยมีการสนับสนุนงบประมาณจัดหาครุภัณฑ์ราคาแพงได้แก่เครื่องตรวจสวนหัวใจ เครื่องหัวใจและปอดเทียมสำหรับการผ่าตัดหัวใจ เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียง เครื่องตรวจหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน จนมีหน่วยบริการที่สามารถให้บริการได้ครบแทบทุกพื้นที่ หน่วยบริการเหล่านั้นแม้นว่าจะได้รับงบประมาณจาก สปสช.ที่เป็นเงินกองทุนฯเพื่อประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ผลพลอยได้คือสามารถให้บริการผู้ป่วยสิทธิอื่น ๆ ด้วย โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบสิทธิอื่นนั้นไม่ต้องลงทุนหางบประมาณมาให้หน่วยบริการแต่อย่างใด
แต่การจัดระบบบริการของ สปสช.ก็มีหลุมพรางในบางโรค หลุมพรางที่ว่าคือแม้ว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการจัดระบบบริการ แต่ในขณะเดียวกันระบบบริการที่จัดขึ้นก็เป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ของหมอบางคนที่ลืมไปแล้วว่าตอนที่สอบสัมภาษณ์เข้าเรียนหมอเคยตอบอาจารย์ว่าอยากเรียนหมอเพราะอยากช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อน
การจัดระบบบริการที่เป็นหลุมพรางหรือยาดำหม้อใหญ่คือการจัดระบบบริการผ่าตัดตาต้อกระจก เนื่องจากผู้บริหารระดับสูง สปสช.ในอดีตได้รับข้อมูลจากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองในยุคนั้นว่ามีคนไทยตาบอดตามัวจากโรคต้อกระจกที่ไม่ได้รับการรักษาเยอะมาก อยากให้ สปสช.จัดระบบบริการเรื่องนี้ มีวิวัฒนาการของการพัฒนาระบบหลายรูปแบบ
จนปัจจุบัน สปสช.จัดให้มีการจ่ายชดเชยพิเศษสำหรับการผ่าตัดต้อกระจกคือจ่ายค่าผ่าตัดแบบเหมาจ่ายและจ่ายค่าเลนส์ตาเทียม สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีหน่วยบริการหลายแห่งเบิกแต่ค่าผ่าตัด ไม่เบิกค่าเลนส์ตาเทียม ไม่รู้คนไข้ใช้เลนส์ตาเทียมที่ไหนเหมือนกัน แปลกดีเหมือนกันนะ
หรือระบบบริการรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารีด้วยการฉีดสีสวนหัวใจแล้วใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดที่อุดตัน ใส่ขดลวดค้ำยันหลอดเลือดที่อุดตัน ด้วยความคาดหวังว่าผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคนี้จะได้รับการรักษาที่เหมาะสม รวดเร็วเป็นการช่วยชีวิต แต่ก็พบว่ามีการใช้ช่องว่างของระบบนำผู้ที่ไม่ได้ป่วยจริง หรือไม่มีข้อบ่งชี้ในการฉีดสีสวนหัวใจมาทำหัตถการ
เรียกว่าทุกครั้งที่มีการจัดระบบบริการ ก็จะมีผู้ที่จ้องจะหาช่องโหว่ของกฎระเบียบมาเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้ จนช่องโหว่เล็ก ๆ กลายเป็นหลุมพรางขนาดใหญ่ สุดท้ายระบบบริการที่ถูกจัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เพื่อช่วยผู้ป่วยที่เข้าถึงบริการยากก็ต้องล้มลงอย่างไม่เป็นท่าเพราะฝีมือของหมอบางกลุ่มบางคนที่คิดถึงประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์
ความคิดเห็น