๗.ไม่มีอะไรแน่นอน
- drpanthep
- 19 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
การเป็นหมอนี่สิ่งสำคัญนอกจากความรู้ที่ต้องมีมากพอสมควรเพราะเราทำงานบนชีวิตคน ในความเป็นหมอผ่าตัดสิ่งที่ต้องมีคือการตัดสินใจแบบรวดเร็ว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แบบฉับไวบนนาทีทองของคนไข้
การรักษาคนไข้ โดยเฉพาะการผ่าตัดไม่เหมือนการซ่อมเครื่องยนต์ เครื่องยนต์แต่ละอย่างจะมีรูปแบบมาตรฐานว่าอะไรเป็นอะไร ทำหน้าที่อะไร วางอยู่ตำแหน่งไหน
แต่สำหรับคนต่างจากเครื่องจักร เรามีคำพูดที่สอนกันมาหลายชั่วคนว่า “ไม่มีอะไรแน่นอนใน medicine” หมายความว่าไม่มีอะไรตายตัวแบบเครื่องจักร ในการรักษาคนไข้เราเจออะไรได้ทุกอย่าง แม้แต่การอยู่ผิดที่ของอวัยวะเช่นหัวใจคนปกติอยู่ด้านซ้ายก็ยังมีคนพิสดารบางคนอยู่ด้านขวา ตับที่อยู่ด้านขวาบางคนดันไปอยู่ด้านซ้าย ไส้ติ่งจากด้านขวาดันไปอยู่ด้านซ้าย
ดังนั้นเมื่อเราปักใจเชื่อว่าคนไข้เป็นโรคอะไร ทั้งที่เราตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษอย่างละเอียดถี่ถ้วน มิได้หมายความว่าผ่าเข้าไปจะเจออะไรตรงไปตรงมาอย่างที่คิด เช่นบอกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ผ่าเข้าไปยังเจอไส้ติ่งที่วางตัวในตำแหน่งต่างกันบางคนเปิดผนังหน้าท้องเข้าไปไส้ติ่งก็แทบจะปลิ้นทะลักออกมา บางคนดันไปซ่อนอยู่หลังลำไส้ใหญ่ทั้งคุ้ยทั้งเขี่ยยังหาแทบไม่เจอ ที่เลวร้ายดันไปฝังตัวอยู่นอกเยื่อบุช่องท้อง
เพราะไอ้ความไม่มีอะไรแน่นอนใน medicine นี่แหละ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอโดนฟ้องกันเป็นว่าเล่นในยุคนี้ เพราะคนไข้และญาติไม่เข้าใจว่าโรคบางอย่างมันไม่สามารถรักษาให้หาย หรือโรคบางอย่างยังไงก็ต้องเจอภาวะแทรกซ้อนเพราะมันเป็นธรรมชาติของโรค หรือด้วยความผิดปกติของอวัยวะของคนไข้ทำให้หมอผ่าตัดยากกว่าคนทั่วไปต้องตัดโน่นเฉือนนี่มากกว่าคนอื่น
นอกจากนี้ในบางสถานการณ์ที่หมออาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง แต่จำเป็นต้องรีบผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ หมอเองก็ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างการทำผ่าตัดไปด้วยตนเองตามความรู้ที่มีอยู่ทั้ง ๆ ที่ไม่ชำนาญ กับการต้องส่งคนไข้ไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นแล้วคนไข้แย่ลงในระหว่างการเดินทาง กรณีแบบนี้หมอเองก็เครียดสุด ๆ
ผมเองก็เคยเจอสถานการณ์ที่จำเป็นต้องผ่าตัดแบบไม่รู้ว่าจะเจออะไรตอนที่ต้องกลับไปเป็นหมอผ่าตัดอีกครั้ง และคราวนี้เปลี่ยนจากหมอผ่าตัดทรวงอกเป็นหมอผ่าตัดทั่วไป เป็นคนไข้ผู้หญิงอายุ ๗๐ กว่าปี มาด้วยเรื่องปวดท้องมาก ไม่ถ่ายอุจจาระไม่ผายลมมา ๓ วัน ไม่ถ่ายปัสสาวะมา ๑ วัน ตรวจดูคนไข้อยู่ในสภาพช็อค คือความดันโลหิต ๙๐/๖๐ ชีพจรเต้น ๑๔๐ ครั้ง/นาที มาถึงโรงพยาบาลประมาณบ่าย ๓
ผมไปดูคนไข้ก็ต้องรีบแก้ภาวะช็อคด้วยการให้สารน้ำทางเส้นเลือดหรือที่เรียกตามภาษาชาวบ้านว่าให้น้ำเกลือ ตรวจท้องนี่อืดแข็งปั๋ง กดแล้วคนไข้ร้องลั่น ล้วงก้นไม่มีอุจจาระติดนิ้วมาเลย ส่งเอกซเรย์ช่องท้องก็เห็นลำไส้มีลักษณะของการอุดตัน ที่สำคัญดันมีร่องรอยของลมนอกลำไส้อยู่ในช่องท้อง แสดงว่าน่าจะมีการรั่วของลำไส้
เมื่อแก้ไขภาวะช็อคได้แล้วก็ต้องรีบนำไปผ่าตัด ผมเป็นหมอผ่าตัดทรวงอก แต่ต้องมาผ่าตัดช่องท้องฉุกเฉิน ปรึกษาใครก็ไม่ได้เพราะเป็นเวลาที่ทุกคนออกไปทำมาหากินกันหมด จะส่งต่อก็ไม่ทันการ
ผ่าเปิดช่องท้องเข้าไปเท่านั้นกลิ่นอุจจาระอบอวลไปทั้งห้องผ่าตัดเลย มีอุจจาระอยู่ในช่องท้อง ลำไส้ใหญ่โป่งพอง ไล่ดูพบว่ามีก้อนอะไรแข็ง ๆ ที่ลำไส้ส่วนปลายห่างจากทวารหนักสัก ๒ ฟุต เหนือต่อก้อนมีรอยแตกของลำไส้ใหญ่รูขนาดประมาณ ๒-๓ เซนติเมตร มีอุจจาระไหลออกมา
ผมนี่หน้ามืดเลยต้องนึกทบทวนวิชาความรู้ ประสบการณ์เมื่อครั้งเป็นแพทย์ใช้ทุน ประสบการณ์เมื่อเป็นแพทย์ประจำบ้านปี ๑ ประสบการณ์เมื่อเป็นผู้ช่วยอาจารย์ประเสริฐผ่าตัด หมอผ่าตัดทรวงอกก็ทำการตัดลำไส้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุจจาระออกตามหลักวิชา เนื่องจากช่องท้องมีการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก เราจะไม่ต่อลำไส้ที่ตัดออกเข้าหากัน เพราะมีโอกาสติดเชื้อทำให้รั่วได้สูง ก็ต้องเย็บปิดท่อนปลายใกล้ทวารหนักไว้ ส่วนท่อนบนจะต้องเจาะเปิดเป็นช่องทางถ่ายอุจจาระทางหน้าท้องให้คนไข้
ไอ้ตอนตัด ตอนเย็บท่อนปลายนี่ก็ยังโอเคครับ แต่พอขั้นตอนจะเปิดท่อนบนให้ออกทางผนังหน้าท้องนี่แหละหมอผ่าตัดทรวงอกมึนตึ๊บจำไม่ได้ว่าทำยังไง จะเย็บด้วยวัสดุอะไร
ผมก็ไม่อายที่จะถามพยาบาลห้องผ่าตัดว่า ปกติหมอคนอื่นเขาทำกันยังไง วันนั้นเลยได้พยาบาลห้องผ่าตัดเป็นอาจารย์ทบทวนการเอาลำไส้ออกไประบายทางผนังหน้าท้องหรือที่เรียกว่า colostomy
คนไข้รายนั้นรอดตายกลับบ้านได้ตามปกติ และตอนหลังยังกลับมาให้ผมเอาลำไส้ที่ยกมาเปิดที่ผนังหน้าท้องกลับลงไปเย็บต่อกับส่วนปลายที่เย็บปิดทิ้งไว้ในช่องท้อง
เรื่องนี้อยากจะบอกให้รู้ว่า “ไม่มีอะไรในแน่นอนใน medicine” จริง ๆ
แต่หมอผ่าตัดต้องพร้อมเสมอที่จะเผชิญและแก้ปัญหากับสิ่งที่ไม่แน่นอนนั้น
สิ่งสำคัญคือหมอต้องพยายามอธิบายคนไข้และญาติให้เข้าใจในโรคและสิ่งที่หมอกำลังทำเพื่อให้คนไข้มีชีวิตรอด
และเหนืออื่นใดความเป็นหมอไม่ได้หมายความว่าเราจะเหนือกว่าผู้ร่วมงานวิชาชีพอื่น ๆ อย่าอายที่จะถามในสิ่งที่เราไม่รู้หรือไม่แน่ใจเพียงเพราะเราเป็นหมอเขาเป็นพยาบาล
แถมอีกนิดว่า ผมผ่าตัดทำหมันหญิงหลังคลอดครั้งแรกที่โรงพยาบาลสงขลา คนสอนผมคือป้าเหลียว แกเป็นแค่ผู้ช่วยพยาบาลเองนะ สอนผมตั้งแต่ฉีดยาชายังไง ลงมีดไปแล้วแกใช้ตัวดึงถ่างผนังหน้าท้องจนมองเห็นปีกมดลูกแบบชัด ๆ เลย
ความคิดเห็น