top of page

คำให้การของเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๑๔ ต้องเปลี่ยนที่เรียน

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 25 ม.ค. 2566
  • ยาว 1 นาที

ช่วงประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๑ ลุงมานพ พี่ชายคนโตของพ่อได้ซื้อบ้านสวนที่สะบารังของลุงหมอหิ้น สมมาตร หะวิเกตุ เลยให้ครอบครัวเราย้ายไปอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยดูแลสวนมะพร้าว เดิมที่ปู่ไม่ยอมให้ย้ายอ้างว่าไม่มีใครอยู่กับปู่ เพราะครอบครัวเราอยู่ห้องตรงข้ามห้องปู่ แต่ตอนหลังก็ยอม


ช่วงที่ย้ายไปอยู่บ้านสวนสะบารังพวกเราก็ยังเรียนที่โรงเรียนยุวชิตวิทยาใกล้บ้านปู่ เช้าพ่อจะให้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แลมเบรตต้าคันโตไปส่งที่โรงเรียน พอโรงเรียนเลิกเราก็นั่งสามล้อลุงไวกลับไปที่บ้านปู่ ไปรับเบี้ยเลี้ยงมื้อเย็นจากปู่แล้วก็ซื้อขนมรถเข็นแป๊ะเจ้าประจำ พอค่ำ ๆ พ่อถึงจะพากลับบ้าน ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นนั่งรถสามล้อพี่มะฟันทองที่บ้านอยู่ใกล้บ้านเรา

วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๒ ปู่ก็จากพวกเราไป พ่อเลยตัดสินใจให้พวกเราย้ายโรงเรียนไปเข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านสะบารัง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเดินไปประมาณ ๑๕๐ เมตร ซึ่งผมต้องรอจนสอบไล่ชั้น ป.๔ แล้วจึงไปสมัครเข้าชั้น ป.๕ ที่โรงเรียนบ้านสะบารัง


คราวนี้เกิดความตื่นเต้นเพราะเขากำหนดว่าต้องมีการสอบเข้า ชีวิตนี้ไม่เคยสอบเข้าเรียนมาก่อนไม่รู้ว่าเขาสอบอะไรบ้าง ถึงวันสอบในห้องสอบรอบ ๆ ตัวมีแต่เด็กเก่าบ้านสะบารัง มีผมเป็นเด็กแปลกหน้าคนเดียว คนอื่นใส่เสื้อขาวกางเกงสีกากี มีผมใส่เสื้อขาวกางเกงดำอยู่คนเดียว จำไม่ได้แล้วว่าสอบอะไรบ้าง จำได้แต่วิชาความรู้ทั่วไปซึ่งไม่ใช่ปัญหาเพราะที่บ้านมีสารพัดหนังสือความรู้ทั่วไปให้ผมอ่าน ผมมาตายตรงที่ข้อสอบข้อหนึ่งถามว่าครูใหญ่โรงเรียนบ้านสะบารังชื่ออะไร มันเป็นข้อสอบแบบให้เติมคำในช่องว่าง ไม่มีให้เดา ผมนี่ใบ้เลยเพราะไม่เคยรู้มาก่อน โชคดีมากที่พวกเด็กเก่าบ้านสะบารังกระซิบถามกันใหญ่เลยว่าครูใหญ่ชื่ออะไร ก็มีคนกระซิบตอบแบบเสียงดังฟังชัดเต็มรูหูว่าชื่อเย็นใจ ผมเลยตอบตามไป มารู้ทีหลังว่าครูใหญ่ชื่อเย็นใจ มังคะดานรา ส่วนเจ้าของเสียงกระซิบตอนหลังก็เรียนห้องเดียวกันชื่ออับดุลวาฮับ


ผมสอบเข้าได้ที่เลขตัวเดียว ได้อยู่ห้อง ป.๕ก. มีครูประจำชั้นชื่อครูปราณี สาครินทร์ ตอนเปิดเรียนถึงได้รู้ว่ามีเพื่อนจากยุวชิตมาเรียนห้องเดียวกัน ๑ คนคือสุปราณี แซ่เตียว ที่เปลี่ยนนามสกุลเป็นชุณหบัณฑิต พอเป็นเด็ก ป.๕ ชีวิตที่เปลี่ยนคือต้องเปลี่ยนจากการใช้ดินสอเป็นปากกา พ่อซื้อปากกาหมึกซึมของจีนแดงยี่ห้อ Hero จากรันตูปันยังให้ ๑ ด้าม ใหม่ ๆ มือเลอะน้ำหมึกทุกวัน


มีเหตุการณ์หลาย ๆ เรื่องที่จำได้ไม่ลืมในช่วงที่อยู่ ป.๕ คือ เด็กชายปานเทพไม่เคยจดงานตามที่ครูบอกจดเลย การบ้านก็ไม่ทำส่ง โดนครูปราณีตีด้วยไม้เรียว พอใกล้สอบบอกให้พ่อพาไปซื้อหนังสือที่ร้านอุดมสารไว้อ่าน พ่อเลยสงสัยว่าทำไมเพิ่งจะมาซื้อตอนสอบ ไต่สวนได้ความว่าไม่เคยจดงานเลย ถูกพ่อตีชุดใหญ่ ช่วงนั้นมีเพื่อนที่สนิทชื่อบุญเสริม เป็นลูกชายน้าเสริมขายสะเต๊ะที่เข็นรถไปขายหน้าบ้านปู่เป็นประจำ พ่อต้องยืมสมุดจดงานวิชาต่าง ๆ ของบุญเสริมมาบังคับให้จด มันเยอะมากจนจดไม่ทัน สมัยนั้นเครื่องถ่ายเอกสารก็ยังไม่มี พ่อต้องมานั่งช่วยจดคัดลอกอีกคน ส่วนผมก็จดไปทั้งน้ำตา พอถึงเวลาสอบปรากฏว่าเด็กชายปานเทพสอบได้ที่ ๑


อีกเหตุการณ์คือวันหนึ่งช่วงเที่ยงเห็นตำรวจมาที่โรงเรียนกันหลายคน ห้องเรียนชั้น ป.๕ก. อยู่ชั้นบนมองลงไปหลังห้องซึ่งเป็นชุมชนริมรั้วโรงเรียน อันที่จริงจะเรียกว่ารั้วก็ไม่ถูกนัก เพราะมันมีแค่เสาแต่ไม่มีลวดหนาม ปกตินักเรียนก็เดินผ่านไปมาได้ วันนั้นปรากฏว่าเพื่อนห้องเดียวกันชื่อธนรัตน์ บุญมา เดินเหยียบตะปูตรงริมรั้ว พบว่าเป็นไม้ไผ่ยาวประมาณ ๑ ฟุตมีตะปูตอกเป็นแถววางเป็นกับดัก ครูจึงแจ้งความ ตำรวจที่มาวันนั้นผมรู้จักอยู่ ๒ คน คืออานิพัทธ์ ร.ต.ท.นิพัทธ์ ถาวระ เป็นร้อยเวร กับอายงค์ จ.ส.ต.ประยงค์ บูรณะพาสน์ คนที่วางกับดักเป็นลูกชายบ้านหลังริมรั้วที่เกิดรำคาญที่มีเด็กนักเรียนเดินผ่านบ้านทุกวัน


ชีวิตเริ่มห่างจากหัวตลาดทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างกันแค่คนละฝั่งแม่น้ำปัตตานี อยู่ที่โรงเรียนบ้านสะบารังยังมองเห็นถิ่นเก่าที่เคยวิ่งเล่น แต่วันหยุดพ่อยังพาไปทิ้งไว้ที่หัวตลาดให้ไปเล่นกับพี่ป้อง แต่พอพ่อเริ่มเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ กลายเป็นพี่ป้องไปเล่นกับพวกเราที่บ้านสวนสะบารังแทน





บันทึกวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒

ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page