คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๑๐๖ ชีวิตปีที่ ๖๕
- drpanthep
- 29 มิ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

วันนี้เป็นวันที่ ๑ ของขวบปีที่ ๖๕ ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์ผ่านสุขมาเยอะ เคยสูงเคยตกต่ำ ประสบความสำเร็จในการเรียนถึงแม้จะเรียนจบแบบเฉียดฉิว ประสบความสำเร็จในการทำงานพอสมควร แต่ก็ผ่านห้องขังเฉียดกำแพงคุก
ชีวิตที่ผ่านมาได้ชื่อว่าเป็นคนใจร้อนจุดเดือดต่ำ มีญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งผูกดวงแล้วบอกว่านี่เป็นดวงวายร้ายแต่ยังโชคดีที่มีดาวอะไรสักอย่างมาคุมอยู่ เลยพลิกความร้ายกาจออกมาเป็นปัญญา แต่ความชั่วร้ายยังแอบแฝงติดตามตัวตลอด ว่าไปนั่นเลย เพราะเป็นคนใจร้อนทำให้ตัดสินอะไรด้วยอารมณ์ บ่อยครั้งที่ประสบผลดีเพราะตัดสินใจเร็วเด็ดขาด แต่บ่อยครั้งที่ทำให้เสียการเสียงานร้ายสุด ๆ จนเฉียดคุกก็เจอมาแล้ว
ย้อนกลับไปดูต้นตอก็พบว่าคงจะมีการถ่ายทอดความใจร้อนจุดเดือดต่ำมาจากบรรพบุรุษ ประกอบกับการเติบโตมาในครอบครัวที่มีวิถีชีวิตเพื่อคนอื่นจึงเห็นอะไรติดตามามากมาย
การช่วยเหลือผู้อื่นก็เป็นอะไรที่ถ่ายทอดมาทางสายเลือด ครอบครัวเราตระกูลเรามีวันนี้ได้เพราะการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่คิดเป็นบุญคุณ เจอหน้าทักทายกันก็พอ
การที่เป็นรุ่นที่ ๖ ของตระกูล ธรรมเนียมจีนถือว่าความรุ่งเรืองของตระกูลจะค่อย ๆ ลดลงและตกต่ำที่สุดเมื่อถึงรุ่นที่ ๖ จากนั้นก็จะค่อย ๆ รุ่งเรืองขึ้นอีกเป็นวัฏจักร
รุ่นบรรพบุรุษมีทั้งบารมี มีทั้งทรัพย์สินเงินทอง มาถึงรุ่นที่ ๕ เป็นจุดสิ้นสุดของธุรกิจเหมืองแร่ เป็นจุดสิ้นสุดของแวดวงการเมืองท้องถิ่น ถึงรุ่นที่ ๖ จึงต้องสร้างทุกอย่างด้วยตนเอง ต้องขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง ต้องทำงานภายใต้กฎเกณฑ์ที่คนอื่นวางไว้หรือสั่งการ
ทรัพย์สินเงินทองหรืออำนาจบารมีไม่ถูกถ่ายทอดมา แต่สันดานใจร้อน สันดานต้องช่วยเหลือผู้อื่นกลับรับการถ่ายทอดมาเต็ม ๆ บริบทที่ต่างจากบรรพบุรุษเมื่อมีความผิดพลาดจากความใจร้อนจึงไม่มีบารมีมากพอที่จะแก้ไขปัญหา การไม่มีทรัพย์สินเงินทองไม่มีบารมีจึงมีขอบเขตจำกัดในการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องเงินทอง แต่สามารถใช้ความรู้ใช้หน้าที่การงานช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามที่มีความสามารถและไม่ผิดกฎหมายไม่ผิดจริยธรรม และน้อยครั้งมากที่ไปขอให้ใครช่วยเหลือเรื่องส่วนตัว
ไม่มีความฝันในชีวิต ไม่คิดว่าจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ แต่ก็ซื้อทุกงวด เพราะตอนเรียนจบทำงานได้เงินเดือนเดือนแรก พี่ชายลูกของลุงซึ่งช่วยออกเงินค่าใช้จ่ายให้ตอนเรียนบอกว่าให้เจียดเงินซื้อลอตเตอรี่ทุกงวดเป็นการเปิดประตูดวง คนเราหากมีดวงจะถูกลอตเตอรี่ แต่ไม่ได้ซื้อก็เหมือนปิดประตูดวงตนเอง
ไม่เคยมองว่าโลกสวย ชีวิตต่อจากนี้ไปยังไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะทำอะไร ชีวิตที่เหลือก็แค่คิดว่าในแต่ละปีที่เหลือของชีวิตอยากทำอะไรให้บ้านเกิดเมืองนอน ญาติสนิทมิตรสหายแบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบ้านการเมือง ไม่มีขั้วไม่มีสี และเหนืออื่นใดไม่มีเชื้อชาติไม่มีศาสนา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำดังที่ตั้งใจหรือเปล่า เพราะมีข้อจำกัดหลายประการไม่ว่าการที่หลุดออกจากพื้นที่มาเกือบ ๓๐ ปีแล้ว อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับวิชาการที่เกิดประโยชน์กับสุขภาพคนไทยโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพบริการ ทั้งหมดคือความอยากแต่ก็ทำใจปล่อยวางว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด อะไรที่มันไม่เกิดต่อให้ผลักให้ดันอย่างไรมันก็ไม่เกิด สิ่งที่เราหวังเราตั้งใจมันอาจจะไม่เกิดเลยก็ได้ เพราะฟ้าไม่ได้ลิขิตไว้
พยายามคิดว่าเราเกษียณมา ๔ ปีแล้ว เราได้ทำอะไรไปบ้าง ช่วงแรกได้ไปนั่งกินตำแหน่งรองคณบดีคณะแพทย์ทำหน้าที่ผู้อำนายการ รพ.ของคณะแพทย์ใต้สุดของประเทศ แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคไม่สามารถทำอะไรได้ดังที่หวัง แต่โชคดีที่มีโอกาสได้สัมผัสทีมงานคนรุ่นใหม่ไฟแรง หลังจากนั้นมีการติดต่อให้ไปทำงานในตำแหน่งเดิมแต่ย้ายไปทางอีสานกำลังจะตกปากรับคำ แต่มีรุ่นพี่ที่นับถือกัน ๒-๓ คนมาชวนแกมบังคับให้กลับไปช่วยทำงานเดิมที่เคยช่วยกันวางรากฐานไว้ก่อนจะเกษียณเลยจำเป็นต้องตกปากรับคำงานนี้ ก็นั่งทำมาจะครบ ๓ ปีแล้ว เริ่มเบื่ออึดอัดกับงานที่ทำ เพราะมองแล้วการที่เขาจ้างเราไปทำงานเป็นการทำลายระบบของหน่วยงานเนื่องจากแทนที่เราจะเป็นที่ปรึกษา แต่ไม่เคยมีคนมาปรึกษา และคนที่ต้องรับผิดชอบงานไม่ทำอะไรเพราะคิดว่ามีที่ปรึกษาไปนั่งทำแล้ว ขืนยังเป็นแบบนี้วันใดที่เราสะบัดก้นออกมางานนั้นจะจบเกมส์ไปพร้อมกับเรา ถามลูก ๆ แล้วว่าพ่อเป็นคนไม่มีบำนาญ ถ้าพอจะหยุดการทำงานไม่มีเงินเดือนลูกจะช่วยกันเลี้ยงพ่อได้หรือเปล่า พ่อเลิกซื้อของฟุ่มเฟือยมานานแล้วเลิกแม้แต่คิดจะไปเดินห้าง ก็ขอแค่มีอาหารกินมีกาแฟกิน นั่งอ่านหนังสือนั่งเขียนอะไรในอินเตอร์เน็ต และขอเงินสำหรับไปเล่นกอล์ฟกับเพื่อนสักเดือนละ ๒-๓ ครั้ง ลูก ๆ ก็โอเค เลยคิดว่าครบสัญญาลูกจ้างก็จะหยุดแล้ว
ชีวิตต่อจากนี้ก็คงจะเปลี่ยนไปอีกแบบ แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูแลสุขภาพกาย หมั่นบริหารสมองด้วยการอ่าน เขียน ค้นคว้าเรื่องของตระกูลเรื่องของถิ่นเกิดอย่างสม่ำเสมอ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘



ความคิดเห็น