top of page

คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๑๑ งานที่เฝ้ารอคอย

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 25 ม.ค. 2566
  • ยาว 1 นาที

อยู่หัวตลาดถ้าไม่เล่าถึงงานหามพระก็จะกระไรอยู่

สิ่งที่เรารอคอยกันมาทั้งปีคืองานหามพระ พอใกล้ถึงวันหามพระจะมีเสียงกลองสิงโตมาเขย่าจิตใจ มีเสียงกลองเสียงฉาบเสียงปี่วงล่อโก๊วที่สมาคมมาซ้ำเติมจนไม่หลับไม่นอนเร่งให้ถึงวันหามพระเร็ว ๆ

สมัยนั้นงานหามพระไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรไม่มีการแสดงแสงสีเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่มันมีความหมายกับเด็กหัวตลาดมากมาย



พอถึงช่วงวันงานจะมีร้านค้าพวกข้าวหมกไก่จีระพันธ์ ขนมถังแตก ยิงเป้า ปาเป้า ร้านขายของเล่น ร้านขายผลไม้แช่อิ่มขายอยู่แถวหน้าสมาคมไปจนถึงวัดหัวตลาด ส่วนที่หน้าโรงพระจะมีงิ้ว มีโนรามีหนังกลางแปลงอยู่ด้านหลังโรงโนรา ตรงลานหน้าโรงพระจะมีร้านขายอาหารของบรรดาพี่น้องน้าผอม มีทั้งโจ๊ก บะหมี่หมูแดงก๋วยเตี๋ยวถังแตก น้ำชากาแฟ มีคนขายลูกโป่ง กะนินั่งคั่วลูกกอ

ข้างโรงพระจะมีร้านของแป๊ะลูกไม้พ่อพี่เทียมเซียนพระดัง ร้านนี้ขายผลไม้ ขายเต้าทึงและของโปรดของพวกเราคือแตงโมน้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อม หน้าบ้านลุงโอ๋นซึ่งเป็นฟาร์มไก่ไข่ ป้าตุ๊เมียลุงโอ๋นตั้งเตาขายขนมเบื้องญวน ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเพราะปีนึงได้กินครั้งเดียวตอนหามพระนี่แหละ ข้าง ๆ ป้าตุ๊ก็จะเป็นเจ๊จูขายปอเปี๊ยะสดน้ำสีแดง ๆ ที่คิวยาวเหยียดเหมือนกัน


อาณาบริเวณของงานไม่กว้างขวางเหมือนเดี๋ยวนี้ เพราะหน้าโรงพระเองก็เป็นลานเล็ก ๆ หลังโรงโนรายังเป็นดงมะพร้าว อาคารสันติสุข อาคารมูลนิธิก็ยังไม่มี ถนนปะนาเระแถวโรงเรียนจ้องฮั้วจะมืดสนิทไม่มีร้านค้า แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้เด็กอย่างเรารู้สึกตื่นเต้นกันเหลือเกิน

ทุกคืนจะต้องพากันเดินไปดูงิ้วแบบไม่รู้เรื่องแค่รอดูตอนรบกันฟันกัน แล้วก็ไปซื้อของกินกันตามอัธยาศัยตามประสาเด็กด้วยเงินติดตัวคนละ ๑ บาท ส่วนอะไรที่เกิน ๑ บาทนั่นต้องรอพ่อแม่พาไปกิน


พอถึงคืนก่อนหามที่เรียกกันว่าคืนโต้รุ่งที่พวกเราไม่มีสิทธิโต้รุ่งเหมือนผู้ใหญ่ ช่วงหัวค่ำก็ไปตระเวนหน้าโรงพระกันตามปกติ แล้วกลับมานั่งหน้าบ้านรอฟังการรายงานข่าว เพราะทุกปีจะมีคนมารายงานลุงนนท์กับพ่อว่าพี่ต่อไปมีเรื่องชิงเกี้ยวพระกับใคร บางปีก็แค่ชกต่อยบางปีก็ถึงขั้นตีรันฟันแทงต้องขึ้นโรงพักก็เป็นหน้าที่ของพ่อไปเจรจาความเมืองกับตำรวจ เป็นเรื่องตื่นเต้นของพวกเรามากลุ้นกันเหมือนกับออกไปมีเรื่องซะเองงั้นแหละ


คืนโต้รุ่งนี้ในบ้านตึกขาวของปู่จะคึกคักเปิดไฟสว่างไสว เพราะจะมีวงไพ่ตองเล่นโต้รุ่งรอเวลาพระออกจากโรงพระ พวกเราจะถูกสั่งให้เข้านอนด้วยเหตุผลว่าถ้านอนดึกเดี๋ยวตื่นไม่ทันพระมาเข้าบ้านก็จะรีบเข้านอนกัน แต่จนแล้วจนรอดนอนไม่เคยหลับเลยไหนจะเสียงงิ้ว เสียงโนรา เสียงหนังกลางแปลง ไหนจะเสียงเฮในวงไพ่ ที่สำคัญคือกังวลว่าเกิดหลับไปแล้วพ่อลืมปลุกไม่ได้เห็นพระเข้าบ้าน สรุปว่าไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่โต้รุ่งแต่ก็ไม่เคยหลับสักปี


พอหัวรุ่งจะรีบล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำแต่งตัวลงไปรอหน้าบ้าน จำได้ว่ามีอยู่ปีหนึ่งพระออกจากโรงพระเร็วมาก ปู่เปิดบ้านไม่ทันได้ยินเสียงคานหามชนประตูดังโครม ๆ ประตูโรงรถแทบพัง เป็นเกี้ยวพระหมอมาถึงหน้าบ้านแล้วประตูยังปิดอยู่เลยกระแทกให้เปิด


วัยเด็กจะกล้า ๆ กลัว ๆ อยากดูแต่ก็กลัวโดนชนเพราะพ่อบอกว่าคนหามพระจะสะลึมสะลือไม่รู้สึกตัว ในตอนนั้นจำชื่อพระได้ว่ามีพระหมอ น้องพระหมอ เจ้าแม่ น้องเจ้าแม่ เจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่กวนอิม เจ้าที่ พระกุนไท้กุน ยังไม่รู้จักองค์ถือหนวด องค์ไม่ถือหนวด หลวงประสิทธิ์ บ้านรังนก ไม่กล้าจ้องมองพระหมอ เพราะรู้สึกว่าท่านดุน่ากลัวมาก แต่พอท่านเข้าบ้านก็จะวิ่งตามไปดูเวลาปักหลักที่หลังบ้าน ใฝ่ฝันว่าสักวันจะต้องหามพระหมอปักหลังหลังบ้านปู่บ้าง ที่กลัวไม่กล้าเข้าใกล้อีกอย่างคืองิ้วที่เดินตามเจ้าแม่มีความรู้สึกว่างิ้วกลางวันดูสกปรกและน่ากลัว ไม่เหมือนที่ไปยืนดูตอนกลางคืนเลย


ตั้งหน้าตั้งตารอมาทั้งปี มาถึงวันก็อดหลับอดนอน แต่ก็ได้แต่วิ่งตามพระเวลาพระเข้าบ้าน ไม่เคยได้ไปดูลุยไฟเลย พ่อจะบอกว่าร้อนเดี๋ยวจะไม่สบายให้โตก่อนค่อยไปดู แต่พ่อทนรบเร้าไม่ได้ปีหนึ่งพ่อเลยพาไปฝากลุงหล่ำเฮง พ่อพี่ระ พี่รง ซึ่งบ้านอยู่ติดลานลุยไฟ ลุงหล่ำเฮงพาไปยืนดูทางหน้าต่าง ตอนนั้นยังไม่มีอัฒจันทร์บัง เลยเห็นชัด ได้ยินเสียงก๊อบแก๊บจากที่คนหามเดินเหยียบใบมะพร้าวชัดเจนเพราะไม่มีเสียงเอ๋ ปัญญาบรรยาย ไม่มีเสียงปรบมือของผู้ชม


เล่าข้ามตอนสำคัญไปตอนหนึ่ง ก่อนวันหามพระ ๑วันที่โรงพระจะมีการทำพิธีอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีการตีกลองเคาะระฆังดังทำลายสมาธิเด็กนักเรียนโรงเรียนยุวชิตวิทยามาก จนเป็นอันที่รู้กันว่าเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ว่าแล้ว ด.ช.ป้อง ก็จะชวนแกมบังคับให้ ด.ช.ปานเทพ ไปด้านหลังโรงเรียน แล้ว ๒ คนพี่น้องก็ค่อย ๆ มุดรั้วลวดหนามออกไปโผล่ตรงหลังโรงโนราบริเวณที่เป็นห้องน้ำข้างอัฒจันทร์ แล้วชวนกันไปดูน้าเซ็นเข้าทรง ภาพที่เห็นคือน้าเซ็นสั่นพูดจีนโล้งเล้งเอามือตบโต๊ะดังปัง ๆ เดี๋ยวแกก็เต้น ๆ แล้วกระโดดขึ้นบนโต๊ะ กระโดดขึ้นกระโดดลงขีด ๆ เขียน ๆ อะไรก็ไม่รู้ท่ามกลางเสียงกลองเสียงระฆังเร้าใจ เราก็ดูแบบกล้า ๆ กลัว ๆ อยากรู้ว่าแกกำลังทำอะไร แต่ก็กลัวแกจะมาจับตัว พอแกเลิกพิธีเราก็มุดรั้วกลับไป เพราะต้องเอากระเป๋านักเรียนกลับบ้านมิเช่นนั้นโดนพ่อตีแน่ ยอมกลับไปแล้วให้ครูตีมือข้อหาโดดเรียนโดยครูไม่รู้ว่ามุดรั้วหนีโรงเรียนดีกว่า ส่วนคู่หูที่ชวนเราหนีโรงเรียนอย่าง ด.ช.ป้องจากโรงพระก็โน่นไปเล่นไก่ชนที่บ้านลุงจ่าหวาดหัวมุมถนนตรงข้ามวัดหัวตลาด กระเป๋าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวมีคนไปเอากลับให้ ไม่โดนครูทำโทษด้วยเพราะเป็นอภิสิทธิ์ชนจริง ๆ


ก็ผ่านไปอีก ๑ เหตุการณ์ที่ต้องรอคอยกันเป็นเวลา๑ ปีจนถึงปัจจุบันวัยใกล้เกษียณก็ยังรอคอยวันหามพระเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิดเพี้ยนไปเลย



บันทึกวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒

ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page