คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๑๓ ข้างบ้านตึกขาว
- drpanthep
- 25 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
หันหน้าเข้าหาบ้านตึกขาวของปู่ติดกันด้านซ้ายเป็นบ้านแบบจีนชั้นเดียว เรียกกันว่าบ้านกงสีเพราะเป็นบ้านของหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง (ตันเตียงซิ่น หรือปุ่ย แซ่ตัน) ต้นตระกูลคณานุรักษ์ แต่ตอนนั้นพวกเราเรียกกันว่าบ้านลุงรูญเพราะครอบครัวลุงจำรูญ คณานุรักษ์ พี่ชายคนที่ ๓ ของพ่ออาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความผูกพันกับเรามาก เพราะเราจะวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านนี้ทั้งทางหน้าบ้านหรือปีนกำแพงด้านหลังจากฝั่งบ้านปู่ ตามที่เคยเล่ามาแล้วว่าเมื่อตอนที่เรียนอยู่โรงเรียนยุวชิตวิทยา ตอนเที่ยงเรากับพี่ศักดิ์ลูกลุงรูญจะนั่งรถสามล้อกลับมากินข้าวที่บ้านนี้ วันหยุดบางครั้งมาเล่นกับพี่ศักดิ์ง่วงก็นอนกลางวันกัน
บ้านกงสีเป็นบ้านแบบจีนชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากระดับถนนหลังคาด้านหน้าต่อยื่นออกมาที่ถนนด้วยสังกะสี เมื่อเดินจากถนนขึ้นไปพื้นบ้านจะปูด้วยอิฐหน้าวัวหน้าบ้านด้านขวามีแคร่ไม้วางอยู่ ๑ ตัว เดินผ่านประตูบ้านเข้าไปจะเป็นห้องโถง ตรงกลางมีโต๊ะวางถ้ำใส่ป้ายบูชาบรรพบุรุษ ผนังห้องมีรูปถ่ายลุงรูญในวัยหนุ่มกับทีมฟุตบอลล์ปัตตานีแขวนเต็มไปหมดเพราะลุงรูญเป็นนายประตูที่มีชื่อเสียงที่สุดของปัตตานี ด้านขวาเป็นห้องพักของครอบครัวลุงรูญ ด้านซ้ายเป็นห้องพักของย่ากี อันที่จริงผมต้องเรียกว่าทวดกีเพราะท่านเป็นลูกสาวพระจีนคณานุรักษ์ เป็นอาของปู่ แต่ผมเรียกท่านว่าย่ากีตามพ่อ
ย่ากีเป็นแม่ชีวัย ๘๐ ปีประวัติชีวิตท่านเป็นถึงคุณหญิงของพระยาประวัติสุจริตวงศ์ (คอยู่ตี ณ ระนอง) เจ้าเมืองสุราษฎร์ธานี แต่ด้วยความมีทิฐิมานะ ยอมหักไม่ยอมงอย่ากีจึงแยกทางกับเจ้าคุณผู้เป็นสามีกลับมาอยู่บ้านที่ปัตตานีและช่วงบั้นปลายของชีวิตได้บวชชี ห้องพักย่ากีเป็นห้องที่ค่อนข้างมืด ๆ ทึม ๆ มีเตียงนอนวางอยู่ ๑ ตัว ผนังหัวเตียงนอนมีรูปเล็ก ๆ แขวนอยู่เป็นรูปเด็กผู้ชายกับผู้หญิงสาว เราชอบถามย่ากีซ้ำ ๆ ว่ารูปใครย่ากีจะตอบว่ารูปกูกับลูก จุดเด่นของห้องย่ากีอยู่ที่ตรงหัวเตียงซึ่งมีชะนีตัวหนึ่งถูกล่ามไว้กับหัวเตียง มันเป็นชะนีตัวโปรดของย่ากีมีชื่อว่า “ไอ้แง้ว” ไอ้แง้วมันดุถ้าย่ากีไม่อยู่เราจะไม่กล้ายุ่งกับมันกลัวมันกัดแต่ถ้าย่ากีอยู่ด้วยมันจะสงบเสงี่ยม
เราจะชอบไปคุยกับย่ากี ย่ากีเรียกเราว่า”ไอ้ปาน”ตามชื่อจริง แต่เรียกพี่ศักดิ์ว่า “ไอ้ขุนช้าง” และเรียกพี่แป๊ดพี่สาวพี่ศักดิ์ว่า “ไอ้ขี้ตา” ทุกครั้งที่ไปคุยกับย่ากี ย่ากีจะเอากล้วยน้ำว้างอม ๆ ที่เอาไว้เลี้ยงไอ้แง้วให้เรากิน เราเลยกลายเป็นเพื่อนร่วมกล้วยหวีเดียวกับไอ้แง้ว
ตรงโถงกลาง ๒ ข้างของโต๊ะบูชาบรรพบุรุษมีช่องประตู เดินผ่านเข้าไปด้านหลังฝั่งขวาจะเป็นส่วนที่ลุงรูญต่อเติมเป็นพื้นไม้หลังคาสังกะสี ส่วนต่อเติมตรงนี้เป็นที่นั่งกินข้าว และเป็นที่ตั้งวงไพ่ของป้าเล็ก ฝั่งซ้ายจะเป็นบ่อน้ำและจอมปลวกขนาดใหญ่ เดินต่อไปด้านหลังจะเป็นสวนมีต้นสวา ต้นขนุน ต้นสวาที่อยู่ริมกำแพงทั้ง ๒ ด้านจะมีเชือกผูกห้อยไว้ สำหรับพวกลิงทโมนห้อยโหนปีนข้ามไปฝั่งบ้านตึกขาว และไปฝั่งสวนบ้านบน
พูดถึงวงไพ่ของป้าเล็กจะเป็นคนละประเภทกับวงไพ่ที่บ้านปู่ เพราะของป้าเล็กจะเป็นวงไพ่สิบแต้ม ขาไพ่มีทุกระดับชั้นตั้งแต่คุณนายนายอำเภอ ข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้าไปจนนักพนันมืออาชีพคือไม่ทำอะไรเลยนอกจากเล่นไพ่ บ่อนป้าเล็กที่บ้านกงสีจะมีคนดูต้นทางสำหรับคอยแจ้งขาไพ่หากเห็นตำรวจมาป้วนเปี้ยน คนดูต้นทางนี้ชื่อน้าเส่ง กลางวันน้าเส่งจะถีบรถสามล้อพอได้เงินก็กินเหล้า ช่วงค่ำมานั่งเฝ้าบ่อนตรงแคร่หน้าบ้าน เราเดินไปทีไรก็เห็นน้าเส่งเมาหลับอยู่ที่แคร่ตลอด ขาไพ่ของป้าเล็กจึงไม่เคยหนีตำรวจได้สักที ตำรวจจับทีไรน้าเส่งก็โดนป้าเล็กด่าชุดใหญ่ น้าเส่งมีลูกหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราก็มีพัน มีโถสัปเหร่อใหญ่วัดหัวตลาดในปัจจุบัน
บ้านกงสีจึงเป็นอีกที่ที่เติมสีสรรให้กับหัวตลาด
บันทึกวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น