คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๑๘ หัวตลาด
- drpanthep
- 25 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
เขียนมาหลายตอนลืมพูดถึงหัวตลาดว่าเป็นมาอย่างไร
คงเป็นความประสงค์ของปู่ที่อยากให้ผมผูกพันกับหัวตลาด ทั้งที่ผมเกิดที่โรงพยาบาลนราธิวาสโดยอาหมอธัชชัย มุ่งการดี อาเขยเป็นผู้ทำคลอด แต่ปู่ให้พ่อไปแจ้งเกิดว่าผมเกิดที่บ้านเลขที่ ๒๙ ถนนอาเนาะรู ซึ่งเป็นบ้านปู่ที่คนทั่วไปเรียกว่าบ้านเถ้าแก่ขุ้นขิ้มบ้าง บ้านตึกขาวบ้าง ผมเลยกลายเป็นเด็กหัวตลาดตั้งแต่เกิด
เมื่อตอนที่ผมอายุประมาณ ๑๐ ขวบ ปู่ผมได้จากไป พ่อได้ยกโต๊ะทำงานของปู่ไปไว้ที่บ้านผมซึ่งเป็นคนชอบสอดรู้สอดเห็นก็รื้อลิ้นชักเจอเศษกระดาษเก่า ๆ ๓-๔ แผ่นเป็นลายมือของปู่เขียนบันทึกประวัติตระกูลคณานุรักษ์บอกเล่าที่มาของตระกูล ผมอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบมีชื่อของบรรพบุรุษเยอะไปหมดจนผมต้องมาถามพ่อว่ารายชื่อเหล่านั้นเป็นใครกันบ้าง ซึ่งพ่อผมก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง เหมือนกับบรรพบุรุษมาดลใจ ช่วงนั้นญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคือคุณตาหยิ่น นายวิชิต คณานุรักษ์ บ้านหัวสะพานบั่นเฉ้งป่วยไปนอนพักรักษาตัวที่ตึกสงฆ์ โรงพยาบาลปัตตานี ตรงเชิงสะพานสามัคคี พ่อผมเลยขอให้ท่านช่วยเขียนประวัติตระกูลแบบละเอียดให้ บันทึกที่คุณตาหยิ่นเขียนให้นี้ละเอียดมาก เล่าเรื่องถึงบ้านที่พักอาศัยของบรรพบุรุษบางท่านด้วยว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ผมซึมซับกับบันทึกนี้มาก
บันทึกของปู่อนันต์ คณานุรักษ์

วันหนึ่งผมไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนบ้านสะบารัง ผมนี่เด็กเรียนนะครับ อยู่ ป.๕-ป.๖ ก็เข้าห้องสมุดอ่านการ์ตูนแล้ว ผมไปเจอหนังสืออะไรเข้าเล่มหนึ่งในนั้นมีเรื่องจดหมายเหตุรายวันของสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ มีตอนหนึ่งทรงเล่าถึงการเสด็จเมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ร.ศ.๑๐๗ หรือ พ.ศ.๒๔๓๑ ทรงเล่าว่า
…เสด็จกลับจากวัด ล่องมาประทับที่แพที่ช่วยกันปลูกไว้รับเสด็จ เป็นพลับพลาหน้าบ้านกัปตันจีน เสด็จเข้าประตูบ้านจีน ทรงพระดำเนินไปจนถึงศาลเจ้าซูก๋อง แล้วเสด็จไปตามตลาด…
…วันนี้ประทานสัญญาบัตรจีนจูหลายซึ่งเป็นกัปตันจีนในเมืองตานี เป็นหลวงจีนคณานุรักษ์ หัวหน้าจีนในเมืองตานี…
นอกจากนี้ในหนังสือจดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ.๑๐๗ ก็เล่าคล้ายกับจดหมายเหตุรายวันของสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศว่า
…เสด็จกลับจากวัดล่องลงไป ประทับขึ้นที่แพพลับพลาหน้าตลาดจีนซึ่งเขาช่วยกันทำ คือแพเป็นของพระศรีบุรีรัฐ ตัวเรือนบนแพเป็นของพระพิพิธภักดี ผ้าที่หุ้มดาดเป็นของกัปตัน เสด็จทรงพระราชดำเนิรขึ้นจากแพ เสด็จเข้าประตูบ้านจีนตรงไปจนถึงศาลาเจ้าซูก๋ง แลเป็นประตูข้างตะวันตก…
ตอนนี้ผมเริ่มสนใจอะไรที่นอกเหนือจากประวัติตระกูล นั่นคืออยากรู้ว่าประตูบ้านจีนเป็นอย่างไร ตลาดจีนในสมัยที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ เสด็จมีสภาพบ้านเมืองอย่างไร แต่ถามจากใครก็ไม่มีใครเกิดทันประตูบ้านจีน
จนกระทั่งผมโต ผมมีโอกาสได้อ่านบทความในวารสารรูสะมิแลที่นำมาจากหนังสือชื่อว่าชีวิวัฒน์ ซึ่งเป็นรายงานการเสด็จตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ของเจ้าฟ้าฯกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๗ ทรงเล่าเรื่องเมืองปัตตานีไว้อย่างละเอียด
ตอนปี พ.ศ.๒๕๓๐ ผมไปเรียนต่อเป็นหมอผ่าตัดหัวใจที่ศิริราช ผมไปเจอหนังสือชีวิวัฒน์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ.๒๕๐๔ ตกค้างบนหิ้งร้านศึกษาภัณฑ์ ขายตามราคาปกคือ ๑๐ บาท หนังสืออายุเท่าผมเลย ทรงบันทึกถึง ท้องตลาดจีน มีประตูใหญ่สกัดที่มุมบ้าน เดินเข้าไปเป็นถนนกว้าง ๔ วา สองฟากมีตึกจีนชั้นเดียวตั้งค้าขาย ฟากถนนด้านเหนือสุดมีศาลเทพารักษ์จีนชื่อปุนเถ้าก๋ง หนังสือชีวิวัฒน์เล่าว่าในช่วง พ.ศ.๒๔๒๗ ในเมืองปัตตานีมีประชากรประมาณ ๒ หมื่นคนเศษ เป็นคนจีนประมาณ ๖๐๐ คน อาศัยอยู่แต่ในตลาดจีน คนจีนทำอาชีพค้าขายส่งออก และทำเหมืองแร่ดีบุก เจ้าเมืองตานีแต่งตั้งให้จีนตันจูหลายเป็นที่หลวงสุนทรภักดีรับผูกภาษีให้เจ้าเมือง อันนี้ไม่ถูกต้องเดิมคนที่ทำหน้าที่กัปตันจีนคือหลวงสุนทรสิทธิโลหะ(ตันจูเบ้ง) แต่ท่านเสียชีวิตไปเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๕ ก่อนที่สมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชเสด็จมาเมืองตานี ช่วงที่ท่านเสด็จมาและบันทึกชีวิวัฒน์ผู้ที่ทำหน้าที่กัปตันจีนดูแลชาวจีนในตลาดจีนคือตันจูล้าย ซึ่งเมื่อล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ เสด็จมาในปี พ.ศ.๒๔๓๑ ได้แต่งตั้งให้เป็นหลวงจีนคณานุรักษ์
ทั้งหมดนี่คือเรื่องราวของตลาดจีน ที่อยู่ในเอกสารของทางการ ท้ายสุดผมไปเจอเรื่องราวของตลาดจีนในหนังสือประวัติต้นตระกูลเลขะกุลของนายขเจน เลขะกุล ที่ผมเรียกว่าก๋งเจ้ง ก๋งเจ้งเกิด พ.ศ.๒๔๓๒ ท่านเป็นคนที่ทำให้ผมรู้จักชื่อ กือดาจีนอ หรือตลาดจีน ท่านเล่าว่าเจ้าเมืองและชาวเมืองที่เป็นมุสลิมจะอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำปัตตานี ส่วนชาวจีนจะอาศัยในหมู่บ้านด้านตะวันออกของแม่น้ำเรียกว่า ตลาดจีนหรือกือดาจีนอ ที่กือดาจีนอมีประตูใหญ่เรียกว่าประตูไชยอยู่หัวตลาดและท้ายตลาด
ทั้งหมดนี่เป็นสิ่งที่ผมค้นเจอเกี่ยวกับสภาพของตลาดจีนในอดีต แต่ไม่สามารถหารูปถ่ายของตลาดจีนและประตูใหญ่ที่มีการอ้างถึงได้เลย
บันทึกวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น