top of page

คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๑๙ เด็ก บ.ม.

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 25 ม.ค. 2566
  • ยาว 1 นาที

หลังจากจบ ป.๗ จากโรงเรียนบ้านสะบารังซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน ก็ต้องย้ายที่เรียนสมัยนั้นไม่มีที่ไหนดีเท่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี ก็ต้องสมัครแล้วสอบเข้าเช่นกัน ตอนนั้นแม่ออกไปเปิดร้านขายข้าวแกงที่ห้องแถว ๒ ชั้นของตระกูลสืบแสง ซึ่งอยู่ในความดูแลของอาปิ๊ สันทนา สืบแสง ปัจจุบันบริเวณนั้นโดนไฟไหม้แล้วเทศบาลเวนคืนที่ดิน คือเชิงสะพานศักดิ์เสนีย์ฝั่งถนนปัตตานีภิรมย์หน้ามัสยิดปากีสถาน พูดถึงสะพานแห่งนี้ผมอึดอัดใจทุกครั้งที่ต้องเขียนชื่อสะพาน เพราะสะพานนี้นำชื่อของพระยาเดชานุชิต (หนา บุนนาค) สมุหเทศาภิบาลมณฑลปัตตานี ตั้งแต่ครั้งเป็นพระดาศักดิ์เสนีมาตั้ง แต่ดันไปเติม ย์ ทั้ง ๆ ที่ชื่อท่าน เสนี ไม่มี ย์


วันหนึ่งนั่งอยู่หน้าร้านข้าวแกงแม่ แม บูตุ๊ด ลูกชายเป๊าะนิแอ นิเดร์หะ ช่างเย็บผ้ากรงนกเขาปั่นจักรยานไปส่งหนังสือพิมพ์ผ่านมา ถามแมว่าเขาขายใบสมัครเบญจมฯแล้วยัง แมซึ่งเป็นรุ่นพี่ ๑ รุ่นตอนเรียนบ้านสะบารังปั่นจักรยานไปซื้อใบสมัครมาให้ถ้าจำไม่ผิดราคา ๑ บาท ผมก็ไปสมัคร สอบเข้าได้แบบสบาย ๆ รู้สึกจะได้ที่ ๖


ได้เป็นนักเรียนชั้น ม.ศ.๑ เบญจมฯ อยู่ห้อง ม.ศ.๑ช. ม.ศ.๑ มี ๗ ห้อง ห้องที่สอบเข้าได้คะแนนดีที่สุดคือห้อง ช. มีครูประจำชั้นที่ทำให้ผมไม่กล้าเกเรเลยชื่อครูกุศล (วงศ์วารี) คณานุรักษ์ น้าศลเป็นคนดุเอาเรื่องเหมือนกันแต่ปกติจะใจดี น้าศลสอนวิชาเรขาคณิตวิชาที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย แต่ครูที่พวกเราเด็กใหม่กลัวคือครูเซ็ง อุทัย เบญจสมัย ครูเซ็งสอนวิชาทฤษฎีดนตรี เวลาสอนมักจะมีเรื่องเล่าสนุก ๆ บางครั้งก็เล่าเรื่องเป็นยุวชนทหารรบกับญี่ปุ่น พอผมกลับไปเล่าให้พ่อฟังพ่อจะหัวเราะบอกว่าเซ็งมันโม้ตอนนั้นมันยังเด็กกว่าพ่ออีก


สมัยนั้นเราจะเรียนที่ห้องเราทุกวิชา ไม่มีการย้ายห้อง ห้อง ม.ศ.๑ช. อยู่ที่ตึกหลวงพ่อทวดฯ ริมกำแพงโรงเรียนกับสนามศักดิ์เสนี วันหนึ่งครูเซ็งมาสอนห้องเรา แกเกิดคันคอขากเสมหะแล้วเดินไปบ้วนที่หน้าต่าง สายตาอันยาวไกลของแกเกิดมองไปเห็นไอ้หมี น้าชุ้นน้านี เชาวลิต ขจรวงศ์ กำลังปีนกำแพงหนีโรงเรียน แกตะโกนเรียกชื่อดังลั่นเลย…นายเชาวลิตมานี่ ไอ้หมีค่อย ๆ เดินเจี๋ยมเจี้ยมเข้ามา โดนครูเซ็งเฆี่ยนก้นไป ๓ ที ข้อหาคือซวยดันปีนกำแพงตอนครูเดินไปบ้วนเสมหะ อันที่จริงหมีมันรุ่นก่อนผม ๑ รุ่น แต่สอบตกคอยผม ตอนเด็ก ๆ มันสนิทกับผมพอสมควร


อีกเรื่องของน้องใหม่เบญจมฯ คือวันหนึ่งตอนที่เสร็จจากเคารพธงชาติ เราเดินแถวกันกลับห้องเรียน ไม่รู้ใครเป็นคนเริ่มไล่จับไข่เพื่อน แล้วก็วิ่งไล่กันเสียงดังไปจนถึงห้องเรียน ความซวยมาเกิดเพราะอาจารย์ช่วง เพชรานนท์ ผู้อำนวยการจอมโหดเดินผ่านมาทางนั้นพอดี แกเดินเข้าไปในห้องแล้วบอกให้คนที่วิ่งเล่นในแถวยืนขึ้น คนที่ยืนมีผม, โจ้ พีระพล เสรีกุล, นันทน์ ผู้ว่าฯวีระนันทน์ เพ็งจันทร์, เคี้ยง วัฒนา แซ่ลิ้ม, ครก ทะนงศักดิ์ ฟ้ารุ่งสาง, เข็ม ธวัชชัย เทพสุวรรณ, เปี๊ยก สุรพล แสงประสิทธิ์ อาจารย์ช่วงแกเดินไปตบหัวไล่มาจากแถวหน้าทีละคน สุดท้ายแกไปยืนด่าตรงหน้าโจ้ แล้วถามว่าบ้านอยู่ไหน โจ้บอกว่าอยู่ในตลาดครับ แกก็เลยตบไปอีก ๒ ที พวกนั้นบอกว่าแกดูชื่อนามสกุลที่อกเสื้อเห็นนามสกุลผมแกเลยตบไปแค่ ๑ ที ส่วนพีระพล เสรีกุล แกไม่รู้จักนามสกุลนี้แกเลยคิดว่าเป็นพวกลูกพ่อค้าจีนในตลาด โจ้มันซวยไปเพราะตอนนั้นลุงหมอสุรินทร์ยังอยู่โรงพยาบาลยะลาไม่ได้ย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี แต่ถ้าอาจารย์ช่วงรู้ว่าคุณตาโจ้เป็นใครแกก็คงหนาว


อีกเหตุการณ์ของนักเรียนใหม่คือวันหนึ่งตอนเคารพธงชาติเสร็จแล้วอาจารย์ช่วงแกยืนเทศนาหน้าเสาธง ไม่รู้พูดอะไรโดนใจพี่ ม.ศ.๕ พวกนั้นเลยโห่ พอ ม.ศ.๕ เริ่มโห่ก็มีชั้นอื่นโห่ตาม วันนั้นเลยมีการเฆี่ยนก้นคนละ ๓ ทีทั้งโรงเรียน มีการเกณฑ์ครูผู้ชายมาช่วยกันเฆี่ยน นักเรียนก็เดินแถวไปให้เฆี่ยนทีละคน ผมซวยเช่นเคยเพราะถูกจับเดินไปหาครูเซ็ง พอแกเห็นหน้าผมแกก็คำรามใส่ว่าเอากับเข้าด้วยหรือแล้วก็เหวี่ยงขวับ ๆ ๓ ที

เป็นการโดนเฆี่ยนที่เจ็บที่สุดในชีวิตเด็ก ๑๒ ปีอย่างผม กลับบ้านเดินแทบไม่ได้ คืนนั้นพ่อต้องมาทายาให้ เป็นครั้งแรกที่โดนครูทำโทษแล้วไม่โดนพ่อตีซ้ำ เพราะพ่อถามสาเหตุแล้วพบว่าโดนตีเหวี่ยงแหแบบที่เราไม่มีส่วนร่วมกระทำผิด หลังจากนั้นไม่กี่วันครูเซ็งขี่มอเตอร์ไซค์เจอพ่อแกยังฟ้องพ่ออีกว่าวันก่อนพวกผมโห่หน้าแถวเลยโดนแกตี


ช่วงที่เรียนโรงเรียนเบญจมฯ เป็นโรงเรียนชายล้วน มีแต่ชั้น ม.ศ.๔-๕ ที่เป็นสหศึกษา จึงมีเรื่องราวมากมายตามประสาเด็กผู้ชาย


ชั้น ม.ศ.๒/๑ เบญจมฯ




บันทึกวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒


ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page