คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๓๒ ความขัดแย้งของบรรพบุรุษ ๕
- drpanthep
- 26 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
จากความเดิมใน ความขัดแย้งของบรรพบุรุษ ๔
ผมเล่าค้างถึงการโกรธเคืองกันระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงของนางตันลินเลี่ยง และนางเล่าโป้เอี้ยน จนบานปลายไปถึงพี่น้องและลูกหลาน เราจะมาติดตามกันต่อนะครับ
ในชั้นรุ่นลูก นางตันลินเลี่ยงไม่มีลูก ส่วนนางตันเป้าเลี่ยงมีลูก ๖ คน ลูกคนโตคือนายซิมซุ่นจ่าย วัฒนายากร หรือขุนธำรงพันธุ์ภักดี ลูกคนที่ ๕ คือนางดวงเดือน (ซิมซุ่นโอ๊ย) คณานุรักษ์ ขุนธำรงพันธุ์ภักดี แต่งงานกับนางสร้อยทอง(ตันซุ่ยถ้อง) คณานุรักษ์ ลูกสาวขุนพิทักษ์รายา (ตันบั่นซิ่ว) ส่วนนางดวงเดือนแต่งงานกับนายดิเรก (ตันซุ่ยเหรก) คณานุรักษ์ ลูกชายขุนพิทักษ์รายา คู่นี้จะมีความสัมพันธ์เหนียวแน่น เพราะพี่แต่งกับพี่ น้องแต่งกับน้อง
ส่วนนางเล่าโป้เอี้ยน แต่งงาน ๒ ครั้ง สามีคนแรกคือนายวิฑูลย์ (ตันบั่นเฉ้ง) คณานุรักษ์ ลูกชายคนโตของหลวงวิชิตศุลกากร (ตันจูอิ้น) อย่าเพิ่งงงนะครับ ญาติพี่น้องเราเขาก็แต่งงานวนเวียนกันอยู่แบบนี้มาตลอดนั่นแหละครับ นางเล่าโป้เอี้ยนมีลูกสาวกับนายวิฑูลย์ (ตันบั่นเฉ้ง) ๑ คน คือนางเย็นจิตร (ตันยี่ตี่) ซึ่งเป็นภรรยาของนายขจร (เล่กุ้นจิ้น) เลขะกุล มีลูกคือ นางบุญสิน (เลขะกุล) บูรณธนิต และนพ.บุญสิทธิ์ เลขะกุล สามีคนที่ ๒ ของนางโป้เอี้ยนชื่อนายกิมเซียะ เล่าตระกูล มีลูกสาวชื่อนางโสภิต (โก๊ย) เป็นภรรยาของนายมาโนช (เกี้ยนซิ่ว) วัฒนานิกร
จากการที่รุ่นแม่บาดหมางกัน จนตัดขาดจากความเป็นญาติ ก็ถ่ายทอดมายังรุ่นลูก ความขัดแย้งมาเพิ่มขึ้นในชั้นลูกจากการทำธุรกิจแข่งกัน ทั้งขุนธำรงพันธุ์ภักดี และนายมาโนช ต่างก็มีธุรกิจโรงน้ำแข็งเป็นคู่แข่งกัน นอกจากเรื่องธุรกิจ ยังมีเรื่องการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวพันกัน เพราะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นพ.ขุนเจริญวรเวชช (เจริญ สืบแสง) ลาออกจากการเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี ไปสมัครและได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี ช่วงนั้นเกิดปัญหาขัดแย้งกันระหว่าง ส.ส.ปัตตานีคือขุนเจริญวรเวชช กับข้าหลวงจังหวัดปัตตานีคือพระยารัตนภักดี (แจ้ง สุวรรณจินดา) เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นพวกผู้แทนกับพวกข้าหลวง นายมาโนชมีความสนิทชิดชอบกับขุนเจริญฯ ก็เป็นพวกผู้แทน ส่วนขุนธำรงฯ มีความใกล้ชิดกับเจ้าคุณรัตนภักดี เพราะลูกสาวขุนธำรงฯ คือนางโสภาพันธุ์ แต่งงานกับ นพ.สืบสาย สุวรรณจินดาลูกชายเจ้าคุณรัตน์ฯ ขุนธำรงฯจึงกลายเป็นพวกข้าหลวง ความขัดแย้งระหว่างข้าหลวงกับผู้แทนค่อนข้างรุนแรง ถึงขั้นมีการลอบยิงคนสนิทของผู้แทนขณะที่ขี่จักรยานผ่านหน้าศาลากลางจังหวัดตายคาคลองย่อยหน้าศาลากลาง โดยมือปืนเป็นตำรวจชั้นประทวนนายหนึ่งซึ่งเป็นคนใกล้ชิดข้าหลวง
เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้ขุนธำรงพันธุ์ภักดี และนายมาโนชซึ่งถูกจัดเป็นคนละขั้วมีความขัดแย้งกันเพิ่มขึ้น พลอยทำให้พี่น้องของขุนธำรงฯ และนางสร้อยทอง บาดหมางกับครอบครัวนายมาโนชและนางโสภิตไปด้วย จะมียกเว้นก็แต่ครอบครัวนายอนันต์ และนางเสริมสุข คณานุรักษ์ เพราะนายอนันต์กับขุนเจริญฯนับว่าเป็นมิตรต่างวัยที่รู้ใจกันมากที่สุด ส่วนกับนายมาโนชก็เป็นพวกที่ชอบเล่นวัวชนด้วยกัน นอกจากนี้ยังเล่าต่อกันมาว่าพระจีนคณานุรักษ์(ตันจูล้าย) ปู่ของนายอนันต์มีคนสนิทคือเถ้าแก่ลั้วบุ่นเสี้ยน ปู่ของนายมาโนช ทั้ง ๒ คนจึงยึดถือแนวทางของบรรพบุรุษไม่แตกคอกัน
นอกจากนี้นักประวัติศาสตร์เชิงกระซิบเล่าให้ผมฟังว่ามีมือที่ ๓ คอยยุแหย่ให้ ๒ กลุ่มนี้แตกคอกัน เพื่อผลประโยชน์ของมือที่ ๓ แต่ขออนุญาตไม่เอ่ยถึงว่าเป็นใครเพราะเป็นคนนอกตระกูล อันที่จริงความขัดแย้งของผู้แทนและข้าหลวงน่าจะเป็นเรื่องของบุคคลทั้ง ๒ ท่านมากกว่าสมัครพรรคพวกที่โดนอุปโลกน์ เพราะคุณทวดอุ่น สืบแสง แม่ของขุนเจริญวรเวชช เป็นผู้ใหญ่ที่ทั้งขุนธำรงฯ และนายมาโนชให้ความเคารพนับถือมาตลอด
และที่น่าแปลกคือทำไมตั้งนามสกุลคล้ายกันด้วย วัฒนายากร กับ วัฒนานิกร
ผมก็พักเรื่องราวไว้เท่านี้ก่อน เพื่อให้สมองได้จัดเรียงเรื่องราวให้เป็นระบบ เพื่อจะได้ถ่ายทอดออกเป็นตัวอักษรต่อไป
บันทึกวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น