คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๓๙ ย่ากี
- drpanthep
- 26 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
วันนี้เกิดคิดถึงบรรพบุรุษท่านหนึ่งขึ้นมา
ตอนผมเด็ก ๆ อายุไม่ถึง ๑๐ ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านตึกขาว ๒๙ ถนนอาเนาะรู ของปู่อนันต์ ติดกันเป็นบ้านกงสี ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของครอบครัวลุงจำรูญ พี่ชายคนที่ ๓ ของพ่อ ที่บ้านกงสีมีแม่ชีอายุมากอาศัยอยู่ด้วยอีก ๑ คน เมื่อเดินเข้าบ้านกงสีท่านจะอาศัยอยู่ที่ห้องทางด้านซ้าย ภายในห้องค่อนข้างมืดทึบ ผมเรียกแม่ชีท่านนี้ว่า ย่ากี ตามพ่อ อันที่จริงผมต้องเรียกท่านว่า ทวดกี จึงจะถูก เพราะท่านเป็นอาของปู่อนันต์
ย่ากี หรือ ตันกุ้ยกี คณานุรักษ์ เป็นลูกสาวของพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล้าย) และนางยาง ณ สงขลา เกิดวันจันทร์ เดือน ๙ ปีมะแม ตรงกับ พ.ศ.๒๔๒๖ ประวัติของท่านถูกเล่าต่อมายังชั้นเหลนอย่างผม ซึ่งตอนเด็ก ๆ ผมฟังแล้วรู้สึกเศร้ามาก ย่ากี เคยเป็นภรรยาของ พระยาประวัติสุจริตวงศ์ (คอยู่ตี่ ณ ระนอง) อดีตเจ้าเมืองไชยา และเมืองสุราษฎร์ธานี ย่ากีกับเจ้าคุณประวัติฯมีลูกชายด้วยกัน ๑ คน ชื่อ ตอม ณ ระนอง ย่ากีเป็นคนที่รักสัตว์มาก ท่านเลี้ยงสัตว์มากมาย ว่ากันว่าท่านมีสุนัขนอนบนเตียงเดียวกับท่านทุกคืน วันหนึ่งสุนัขที่ท่านเลี้ยงไปกัดเจ้าคุณประวัติฯ ผู้เป็นสามี เจ้าคุณประวัติฯได้ยิงสุนัขตัวนั้นตาย ย่ากีโกรธสามีมาก จนหอบผ้าหอบผ่อนกลับไปยังบ้านเกิดที่ปัตตานี และขอหย่ากับสามี ส่วนลูกชายคนเดียวของท่าน นายตอม เมื่อโตขึ้นเจ้าคุณประวัติฯ ได้ส่งไปศึกษาวิชากฎหมายจากประเทศอังกฤษ หลังจากจบการศึกษาเดินทางกลับมาเมืองไทยได้ไม่นานก็ป่วย จนเสียชีวิต ลือกันว่าถูกวางยาพิษ ย่ากีเสียใจมากท่านใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่บ้านเดิมของนายตันจูเซียนซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายตันซุ่ยสิ้ม(คณานุรักษ์) ปริชญากร จนอายุมากจึงบวชชีและย้ายไปพักอาศัยที่บ้านกงสีตลอดชีวิต


รูปลูกชายย่ากีที่แขวนที่หัวนอน


ในชั้นเหลน จะมีคนที่ย่ากีรักและเอ็นดูอยู่ ๒-๓ คน ลูกลุงรูญ ๒ คน คือพี่แป๊ด ปนัดดา จะถูกเรียกว่า อีขี้ตา ส่วนพี่ศักดิ์ ศักดา จะถูกเรียกว่า ไอ้ขุนช้าง ส่วนผมจะเป็นเหลนที่เรียบร้อยไม่ซน จะได้รางวัลเป็นกล้วยน้ำว้าทุกวัน ในห้องที่มืดทึมของย่ากีจะมีแคร่ที่ท่านนอน ที่แคร่นี้จะมีชะนีถูกล่ามโซ่เล็ก ๆ ไว้ ๑ ตัว ชื่อ ไอ้แง้ว เป็นชะนีตัวโปรดของย่ากีที่ท่านจะมีกล้วยน้ำว้าไว้เป็นอาหารมัน รางวัลที่ผมได้จากการไปประจบย่ากีคือกล้วยน้ำว้าของไอ้แง้วนั่นแหละ เรียกว่าผมกับไอ้แง้วกินกล้วยหวีเดียวกันมาตลอด เวลาผมไปหาย่ากี ผมจะบีบนวดท่าน แล้วชอบถามท่านว่ารูปถ่ายเด็กที่แขวนตรงหัวนอนท่านเป็นใคร ย่ากีจะตอบเป็นภาษาใต้ว่า “ลูกกู” ผมไปทีไรก็จะชอบดูรูปนี้ จนจำติดตา
กิจวัตรประจำวันของย่ากีคือออกไปตามบ้านญาติ เพื่อบอกบุญขอเงินไปร่วมกันทำบุญ จะกลับมาบ้านก็ตอนบ่าย ๆ เย็น ๆ ซึ่งเป็นเวลาที่เหลนอย่างผมจะเข้าไปคุยด้วย
มีอีกเรื่องที่ผมจำไม่ลืมคือมีคนเล่าให้ฟังว่าย่ากีไปนั่งฉี่ในตรอกข้างบ้าน แล้วมีงูเห่าจะมากัดท่าน แต่หมาที่ท่านเลี้ยงไว้ เข้าไปกัดกับงูจนตายไปด้วยกันทั้งคู่ เวลาย่ากีไปฉี่ที่ตรอกระหว่างบ้านกงสีกับสวนอาสมพร ผมจึงชอบไปยืนแอบดูย่ากีฉี่ ฮิ ๆๆ อันที่จริงเหตุการณ์หมากัดงูเห่านั้นเกิดที่หลังบ้านนายตันจูเซียน
ผมมีเวลาคลุกคลีกับย่ากีได้เพียง ๓-๔ ปี ท่านก็จากโลกนี้ไป ท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๓ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมตามแม่ขึ้นไปเที่ยวกรุงเทพฯ ผมเลยไม่มีโอกาสได้จดจำอะไรเกี่ยวกับงานศพท่านเลย น่าเสียดายมาก แต่ทุกวันนี้ผมยังคิดถึงย่ากีเสมอ

สิ่งที่ผมได้รับจากย่ากี คือทุกวันนี้เวลาผมนอน ผมก็มีน้องนิน หมาพุดเดิ้ล นอนอยู่ข้าง ๆ ทุกคืนเหมือนกัน จนกระทั่งน้องนินจากไป ตกอยู่ในอารมณ์เศร้าเป็นเดือน ตั้งใจว่าจะไม่เลี้ยงหมาอีกแล้ว สุดท้ายลูกสาวผมไปเอาหมาพันธุ์ Thousand way สายเลือด Roadside มาเลี้ยง แล้วแฟนผมไปเอาลูกผสมเทอเรียแจ๊ครัสเซลให้มาเป็นเพื่อนกัน ผมเลยต้องนอนกับเจ้า ๒ ตัวนั้นทุกวัน เช้าก็ปลุกลงมาฉี่มาอึ แล้วให้อาหารก่อนไปทำงาน เย็นกลับมาให้อาหาร ตกค่ำก็จับเช็ดตัวแล้วพาเข้านอน
บันทึกวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น