คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๔๓ บ้านยายโป้ห้วย
- drpanthep
- 27 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
เอ่ยชื่อบ้านยายโป้ห้วย หลายคนคงจะงงว่ามันคือที่ไหนหรือ ครั้นบอกว่าบ้านเถ้าแก่ยู่เหล็งคนรุ่นผมจะรู้จักแต่คนรุ่นใหม่จะไม่รู้จัก คนรุ่นหลังอีกนิดจะรู้จักไวท์เฮ้าส์คอร์ท คนปัจจุบันจะรู้จักในนามของสำนักงานมูลนิธิชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ ตรงถนนฤๅดี
มีใครต่อใครสอบถามผมเยอะมากถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ ผมได้แต่บอกว่าเป็นบ้านยายโป้ห้วย สร้างก่อนญี่ปุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เคยขยายความ เพราะไม่แน่ใจเรื่องข้อมูลบางอย่าง จนกระทั่งผมพบคนที่น่าจะเป็นไม่กี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่และรู้เรื่องราวบ้านหลังนี้ จึงได้สอบถามทวนสอบข้อเท็จจริงกันจนได้ข้อสรุป
ยายโป้ห้วยเป็นใคร ยายโป้ห้วย อั่งสกุล เป็นคหบดีเรียกง่าย ๆ คือเศรษฐีนีคนหนึ่งของปัตตานีในอดีต ยายโป้ห้วยมีสามีชื่อนายเอ็งเก๊า แซ่เหง่า มีลูกสาวชื่อนางสุภาพ (แซ่เหง่า) เลขะกุล เป็นภรรยาของ นพ.บุญส่ง เลขะกุล นักนิยมไพรที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย

ยายโป้ห้วย อั่งสกุล
ก่อน พ.ศ.๒๔๘๐ ป้าสุภาพแต่งงานกับลุงหมอบุญส่ง ยายโป้ห้วยจึงได้สร้างบ้านตึกหลังใหญ่ที่ถนนฤๅดี โดยมีจุดประสงค์จะเป็นที่พักอาศัยของครอบครัวลูกสาวคนเดียว และจะได้เป็นสถานที่สำหรับเปิดคลินิกให้ลูกเขย บ้านหลังนี้เป็นตึกสไตล์ยุโรปหลังแรกของปัตตานี เป็นที่ดึงดูดความสนใจของชาวปัตตานีในสมัยนั้นมาก แต่เนื่องจากลุงหมอบุญส่งมองการณ์ไกล จึงชวนป้าสุภาพพาลูก ๆ ย้ายไปอยู่ที่ กทม. เปิดคลินิกชื่อว่าสหการแพทย์ เป็นคลินิกที่ทันสมัยมากในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒
ที่สหการแพทย์นี้เป็นที่พักพิงของลูกหลานชาวปัตตานี ชาวยะลา ชาวสงขลาของ ๒ สามีภรรยาที่ไปเรียนหนังสือใน กทม. บันทึกของปู่ผม นายอนันต์ คณานุรักษ์ ซึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นบุกปัตตานีเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ได้เล่าไว้ว่าหลังจากเหตุการณ์วันนั้นญี่ปุ่นก็เข้ามาเต็มเมืองไทย ได้รับแจ้งจากลุงหมอบุญส่งว่าลูก ๆ หลาน ๆ ที่เรียนหนังสือที่ กทม.ทุกคนปลอดภัย ลุงหมอบุญส่งได้ตระเวนรับตัวไปพักอาศัยที่สหการแพทย์
ย้อนกลับมาทางปัตตานี เมื่อลูกเขยกับลูกสาวตัดสินใจย้ายครอบครัวไปเป็นชาวกรุง ยายโป้ห้วยโกรธมากจึงประกาศตัดแม่ตัดลูกกับป้าสุภาพ ตัดแม่ตัดลูกอีกแล้ว คนรุ่นเก่านี่ทิฐิมานะรุนแรงมาก เอะอะอะไรก็ตัดพ่อตัดลูก ตัดแม่ตัดลูก ตัดพี่ตัดน้องนะครับ พงศาวดารกระซิบเล่าต่อว่ายายโป้ห้วยเลยตัดสินใจขายบ้านหลังนั้น แล้วย้ายไปอยู่ที่ยะลาตั้งแต่นั้น
ตอนภรรยาผมเด็ก ๆ บ้านอยู่ถนนจงรักษ์ หลังบ้านคือบ้านยายโป้ห้วยที่ถนนโป้ห้วยอุทิศ ยายโป้ห้วยปลูกต้นมะลิภรรยาผมจะไปเก็บมะลิร้อยมาลัยขายแล้วค่ำ ๆ เอาเงินค่าดอกมะลิไปจ่ายท่านทุกวัน ท่านเป็นสตรีร่างเล็กที่ใจดีเอ็นดูลูกหลานมาก บ้านยายโป้ห้วยที่ปัตตานีก็ถูกเปลี่ยนผู้ครอบครองมาหลายครั้ง จนในที่สุดปัจจุบันเป็นสำนักงานมูลนิธิชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ

บ้านยายโป้ห้วยเคยให้เช่าเป็นที่ทำการบริษัทจังหวัดปัตตานีในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เล็กน้อย
บันทึกวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น