คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๔๙ เรื่องของพ่อ
- drpanthep
- 27 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
ตั้งแต่จำความได้พ่อคือวีรบุรุษของผม ผมจะสนิทและใกล้ชิดกับพ่อมาก ไม่ว่าพ่อไปไหนผมจะร้องตามทุกครั้ง จนเป็นกิจวัตรประจำของผมไปโดยปริยาย ถ้าพ่อสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ผมก็จะกระโดดขึ้นซ้อนท้ายทำให้ผมได้ไปทุกที่ที่พ่อไป ทำให้ผมได้รู้จักทุกคนที่พ่อรู้จัก เป็นความโชคดีของผมที่พ่อรู้จักคนมากตั้งแต่คนดีมีตังค์ ข้าราชการ ไปจนคนจน นักเลง หรือโจร ผมเลยพลอยรู้จักคนทุกระดับชั้นและรู้เรื่องสารพัดเรื่องที่คนอื่นไม่รู้
ตอนเป็นเด็กมีการจับคนเรียกค่าไถ่บ่อยมาก ผมยังรู้เลยว่าตำรวจคนไหนอยู่เบื้องหลังโจร ฮิ ๆๆ ผมจะมีนิสัยชอบซัก ชอบสอด ชอบเสือก ผมเลยเป็นคนเดียวในบ้านที่ถามพ่อทุกเรื่องแม้แต่เรื่องราวตอนพ่อเกิดมาลืมตาดูโลก
ผมไม่แน่ใจว่านอกจากผมแล้วจะมีใครในบ้านที่รู้ว่าพ่อผมเกิดที่บ้านเช่าในอำเภอบันนังสตา ยะลา เพราะปู่พาครอบครัวไปทำเหมืองบูหล่วน ที่ถ้ำทะลุ แล้วให้ย่าเปิดร้านขายของเล็ก ๆ ในบันนังสตา วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๗๑ พ่อจึงลืมตาดูโลกที่บันนังสตา พ่อมาเข้าเรียนหนังสือที่ปัตตานีโดยเริ่มต้นเรียนหนังสือกับครูพิมซึ่งเช่าบ้านห้องแถวหน้าบ้านกงสีที่ไฟไหม้ไปแล้ว ปัจจุบันเป็นลานกิจกรรมกือดาจีนอ ครูพิมอยู่ห้องริมสุดติดกับบ้านพี่ยาน ป้าเฮง
จากนั้นจึงเรียนที่ตึกประสิทธิวิทยาการ และตึกยุวชนทหารหรือตึกขาวหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ
ทุกเช้าจะเดินไปโรงเรียนเป็นกลุ่ม มีลุงจำรูญเป็นหัวหน้าทีม ส่วนลูกทีมประกอบด้วยลงุสมบูรณ์ ป้าละออง พ่อ อาเติมศักดิ์ พ่อเล่าว่าพอเดินถึงโรงเรียนมักจะเป็นเวลาที่เขากำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ หัวหน้าทีมคือลุงจำรูญก็จะอ้างว่าสายแล้วเดี๋ยวครูตี หันหลังกลับไปวิ่งเล่นที่โรงสีบริษัทธำรงวัฒนา ถนนพิพิธ ส่วนน้อง ๆ ก็เข้าเรียนกันตามปกติ
ก่อนญี่ปุ่นบุกประเทศไทยปู่ส่งพ่อไปเรียนที่นครศรีธรรมราชเป็นโรงเรียนประจำชื่อ อเมริกันบอยสกูล พวกที่ไปเรียนพร้อมกันมีลุงรูญ ลุงบูรณ์ พ่อ อาเติม น้าเอ้งปรีชา คณานุรักษ์ อาหมอบุญสิทธิ์ เลขะกุล พอเกิดสงครามโลกปู่ก็ให้กลับไปเรียนที่ปัตตานีต่อ แล้วไปเรียนชั้นเตรียมวิทยาศาสตร์ หรือ มัธยมศึกษาตอนปลาย ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา แล้วไปต่อที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
พ่อมักจะเล่าเรื่องวัยเด็ก วัยเรียนของพ่อให้ผมฟัง ที่สำคัญพ่อจะไม่เหมือนคนอื่น พ่อไม่เคยบอกว่าทุกเรื่องที่พ่อทำเป็นสิ่งถูก เรื่องไหนที่พ่อคิดว่าพ่อทำไม่ถูก ทำไม่ดีพ่อไม่อยากให้ลูกเอาเป็นเยี่ยงอย่างพ่อก็จะบอกตรง ๆ ว่าไม่ดี พ่อเป็นคนที่มีความจำดีมาก จำเรื่องราวเก่า ๆ ได้ดีมาก โดยเฉพาะเรื่องของพี่ ๆ น้อง ๆ เวลาเจอหน้ากันบรรดาลูกหลานจึงได้เฮ เพราะพ่อจะเล่าเรื่องคนอื่นยกเว้นเรื่องตนเอง และพี่น้องคนอื่นมักจะเถียงไม่ทัน ตัวอย่างเรื่องที่พ่อเล่า เช่น
ตอนเด็ก ๆ พ่อมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งคือน้าปรีดา ณ ระนอง ลูกชายหลวงนฤบดินทร์สวามิภักดิ์ (คอยู่หุ่ย ณ ระนอง)และคุณยายสงวน ซึ่งบ้านอยู่ใกล้โรงพระ น้าดาเรียนห้องเดียวกับอาเติมแต่สนิทกับพ่อ พ่อเล่าว่าเคยทะเลาะกับน้าดาแล้วท้าชกกัน แต่น้าดาตัวสูงกว่า ลุงบูรณ์เลยบอกให้พ่อไปท้าน้าดามาชกกันหน้าบ้านปู่ตรงฝั่งบ้านพี่ยาน ป้าเฮง แล้วลุงบูรณ์แอบอยู่หลังประตู น้าดาเสียรู้เดินตามมาพอมาถึงจุดนัดหมายพ่อหลบออกไปลุงบูรณ์เข้ามาชกกับน้าดาแทน น้าดาร้องไห้แล้วด่าว่าพวกมึงหลอกกู หรือเรื่องที่ลุงบูรณ์โดนครูตี แล้วมีความแค้น เลยไปเก็บต้นยางตุ่มที่นาเกลือแล้วเอายางมาใส่ในคูลเลอร์น้ำดื่มที่โรงเรียน มีคนดื่มน้ำแล้วท้องร่วงไปตาม ๆ กัน
เห็นมั๊ยละครับว่าเรื่องเล่าของพ่อแต่ละเรื่องสนุกแค่ไหน ผมก็เฝ้าภาวนาขอให้พ่ออยู่กับลูก ๆ หลาน ๆ ไปนาน ๆ เพราะมีหมอดูทำนายว่าพ่อจะถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ ๑ จนป่านนี้พ่อยังไม่ถูกเลย
…ผมยังรอรับส่วนแบ่งจากพ่ออยู่ ฮิ ๆๆ…

ถ่ายวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๐ เดินทางกลับไปงานหามพระ
บันทึกวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น