top of page

คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๕๐ โรงเรียนจีน

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 27 ม.ค. 2566
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 28 ม.ค. 2567

ตอนที่แล้วเล่าถึงสัญญาซื้อขายบ้านที่หลังบ้านหรือฝั่งปละหัวนอนอยู่ติดกับสวนอีต้ง ที่เดี๋ยวนี้คือโรงเรียนจ้องฮั้ว เลยนึกได้ว่าครั้งหนึ่งผมได้รับการสอบถามจากครูมะ อรรถพร อารีหทัยรัตน์ ถึงเรื่องราวของโรงเรียนจีนในปัตตานีเมื่อครั้งอดีต ก่อนจะเป็นโรงเรียนจ้องฮั้วในปัจจุบันนี้


ก่อนอื่น ต้องออกตัวว่าผมไม่ได้เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนจีน ไม่รู้หนังสือจีน เรื่องที่เอามาเล่าได้มาจากการสอบถามญาติผู้ใหญ่ในอดีต และจากบันทึกของญาติผู้ใหญ่ ตลอดจนหนังสืออื่น ๆ

เมื่อครั้งอดีตเข้าใจว่าการเรียนหนังสือจีนในเมืองปัตตานีเป็นการเรียนจากครูที่บ้าน

เอกสารเก่าที่สุดที่ผมหาได้ระบุว่าหลวงศุภไสยสโมทาน (บ๊อกล่อง เลขะกุล) ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๓ เรียนหนังสือไทยที่วัดตานีนรสโมสร เมื่อครั้งยังเป็นวัดบางน้ำจืด และเรียนหนังสือจีนกับซินแสชื่อว่าตันเสี้ยน แต่ไม่ได้บอกว่าซินแสตันเสี้ยนสอนหนังสือจีนอยู่ที่ไหน

บันทึกของคุณปู่ผม นายอนันต์ คณานุรักษ์ ซึ่งเกิด พ.ศ.๒๔๓๙ เล่าว่าเมื่อครั้งที่ปู่เป็นเด็กต้องไปเรียนหนังสือจีนกับครูที่ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว ผมเลยคาดคะเนเอาว่าในอดีตชุมชนตลาดจีนเด็ก ๆ น่าจะไปเรียนหนังสือจีนที่ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียงในปัจจุบัน ทำนองเดียวกับที่เด็กไทยไปเรียนหนังสือไทยที่วัด เด็กเชื้อสายจีนก็คงไปเรียนหนังสือจีนที่ศาลเจ้า ซึ่งเป็นศูนย์รวมในชุมชนจีนเช่นเดียวกับวัดของชุมชนไทย


สำหรับโรงเรียนจีนหรือโรงเรียนจ้องฮั้วในปัจจุบันนั้น สถานที่ตั้งเดิมเป็นวังของพระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร นริศรสุรบดินทร์ นรินทรภักดี เจ้าเมืองปัตตานีคนสุดท้าย สำหรับพระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร เดิมท่านชื่อตนกูเดร์ เป็นผู้ช่วยเจ้าเมืองปัตตานี เมื่อพระยาวิชิตภักดี (ตนกูอับดุลกอเดร์) เจ้าเมืองปัตตานี โดนถอดจากตำแหน่งเจ้าเมืองเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ร.ศ.๑๒๐ (พ.ศ.๒๔๔๔) จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร(ตนกูเดร์) เป็นเจ้าเมืองแทนและเป็นเจ้าเมืองปัตตานีคนสุดท้าย แต่ชาวเมืองปัตตานียังคิดว่าพระยาวิชิตภักดี(ตนกูอับดุลกอเดร์) เป็นเจ้าเมืองท่านสุดท้าย สมัยที่ท่านเป็นเจ้าเมืองมีการปรับรูปแบบการบริหารจัดการแผ่นดิน เปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีส่วยอากรเป็นเก็บเข้ากองกลาง รายได้ของเจ้าเมืองกินจากเบี้ยรายเดือนรายปีจากรัฐบาลกลางโดยตรง เมื่อท่านถึงแก่กรรมว่ากันว่าท่านมีหนี้สินจากการที่ต้องใช้จ่ายเลี้ยงลูกน้องและครอบครัว ทายาทของท่านจึงประกาศขายวังของท่าน


พระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร(ตนกูเดร์)


หลวง วิชิตศุลกากร(จูอิ้น คณานุรักษ์) จึงได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเรี่ยไรเงินจากพ่อค้าชาวจีนซื้อวังพระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร แล้วปรับปรุงเปิดเป็นโรงเรียนจีน ช่วงแรกไม่แน่ใจว่าโรงเรียนจีนดำเนินกิจการอย่างไร ใครเป็นผู้บริหาร แต่จนกระทั่งถึงยุคจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ยุคชาตินิยมก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เล็กน้อย มีการปิดโรงเรียนจีนทั่วประเทศ เนื่องจากจีนถูกมองว่าเป็นยิวแห่งบูรพาที่คอยกอบโกยผลประโยชน์ของคนในชาติไป โรงเรียนจีนปัตตานีก็ถูกปิดประมาณ พ.ศ.๒๔๘๒ ยายมล นางวไล (คณานุรักษ์) วัฒนายากร จึงได้เข้าไปเช่ากิจการเปิดเป็นโรงเรียนสอนหนังสือไทยให้ชื่อว่า โรงเรียนปัตตานีวิทยา โดยมีครูมงคล สังข์ศรี สามีครูซิ้ม บูรณพาศน์ เป็นครูใหญ่ เปิดการสอนต่อเนื่องจนถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นบุกปัตตานี โรงเรียนปัตตานีวิทยาก็ปิดชั่วคราว หลังจากสงครามสงบ ป้าประคอง วัฒนายากร ลูกสาวยายมลซึ่งเรียนจบจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ได้กลับมาเป็นผู้จัดการ นอกจากนี้ยังมีป้าละออง คณานุรักษ์ ซึ่งเพิ่งจบจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยเช่นกันมาเป็นครู ส่วนครูมงคล สังข์ศรี ได้หย่ากับครูซิ้ม แล้วย้ายเข้าไปเป็นครูที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน


ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าโรงเรียนปัตตานีวิทยาทำการสอนถึงปีไหน แต่เท่าที่สอบถามดูน่าจะเปิดถึง พ.ศ.๒๔๙๐ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทางราชการอนุญาตให้โรงเรียนจีนเปิดสอนได้อีกครั้งหนึ่ง โรงเรียนจีนจึงขอยกเลิกสัญญากับโรงเรียนปัตตานีวิทยา และกลับมาเปิดสอนภาษาจีนอีกครั้งหนึ่ง






บันทึกวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒

ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page