top of page

คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๕๓ ตระกูลคณานุรักษ์กับการทำเหมืองแร่ดีบุกในอดีต ๓

  • รูปภาพนักเขียน: drpanthep
    drpanthep
  • 27 ม.ค. 2566
  • ยาว 1 นาที

(ต่อจากตอน ๒)

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นน่าจะเป็นมูลเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล้าย) กับเจ้าเมืองสงขลาและเจ้าเมืองหนองจิกซึ่งเป็นเชื้อสายเจ้าเมืองสงขลา สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือมีการขุดลอกคลองลัดแม่น้ำตานีที่บริเวณบ้านปรีกี เนื่องจากเดิมแม่น้ำตานีมีความคดเคี้ยวมากจากต้นน้ำไหลผ่านเขตเมืองยะลา เข้าสู่เขตอำเภอยะรัง ซึ่งขึ้นกับเมืองหนองจิก แล้วเข้าสู่เขตเมืองตานี

พระยาวิชิตภักดี (ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน) เจ้าเมืองตานี ในสมัยนั้นได้เกณฑ์ชาวบ้านช่วยกันขุดคลองลัดที่บริเวณบ้านปรีกีไปยังบ้านอาเนาะบูลูดเป็นระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร เรียกว่าคลองสุไหงบารู ต่อมาคลองสุไหงบารูโดนกระแสน้ำพัดขยายกว้างขึ้นจนกลายเป็นแม่น้ำตานีสายหลักในปัจจุบัน ส่วนแม่น้ำตานีช่วงที่ผ่านเข้าเขตเมืองหนองจิกเดิมก็ตื้นเขินไปในที่สุด


อันนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเพราะถ้ามาดูข้อเท็จจริงแล้วไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่เมืองตานีจะต้องขุดคลองลัดสุไหงบารู แต่ตัวพระยาวิชิตภักดี (ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน) มีความสนิทสนมกับพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล้าย) และตระกูลคณานุรักษ์มาก แม้กระทั่งเมื่อพระยาวิชิตภักดี (ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน) สร้างวังใหม่ที่ตำบลจะบังติกอ ทายาทพระยาวิชิตภักดี (ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน) เล่าต่อกันมาว่าตระกูลคณานุรักษ์เป็นผู้จัดหาช่างและอุปกรณ์ก่อสร้างไปช่วยสร้างให้ ซึ่งจะเห็นได้จากตัวอาคารและกำแพงวังจะบังติกอซึ่งจะเป็นลักษณะศิลปะจีนผสมผสานแทนที่จะเป็นรูปแบบเรือนมลายูดั้งเดิม ดังนั้นพระยาวิชิตภักดี (ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน) อาจจะได้รับการขอร้องจากพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล้าย) ให้ช่วยขุดคลองลัดเพื่อจะได้ไม่ต้องขนแร่ผ่านเมืองหนองจิก ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน ๒ เมือง


หลังจากนั้นบทบาทของเจ้าเมืองสงขลากับเหมืองดีบุกในพื้นที่ถ้ำทะลุ ยะลาก็คงจะหมดไป เพราะปรากฏว่าเหมืองเก่าแก่ของเจ้าเมืองสงขลาทั้ง ๖ แห่ง คือเหมืองลาบู เหมืองใหม่ เหมืองบายอ เหมืองหม่าเระ(บาเระ) เหมืองดีดะ เหมืองแหมะบุหลัน(บูหล่วน) ตกอยู่ในมือของพระจีนคณานุรักษ์และเครือญาติทั้งสิ้น


ในช่วงที่พระจีนคณานุรักษ์ดูแลกิจการเหมืองท่านได้เปิดเหมืองใหญ่ขึ้นอีกแห่งคือเหมืองถ้ำทะลุมีคนงานเป็นชาวจีนจำนวนมาก ซึ่งพวกนี้มักจะเข้ามาทำกินกันตามตระกูลแซ่ ในขณะนั้นจึงเกิดเป็น ๒ ก๊กใหญ่ ๆ คือเหมืองถ้ำทะลุ บายอ บูหล่วน เป็นพวกแซ่ตัน ส่วนเหมืองดีดะ ลาบูจะเป็นพวกแซ่เหง่าตามเจ้าของเหมือง

วันหนึ่งเกิดการวิวาทกันของคนงานเหมือง ๒ กลุ่มนี้ จนถึงขั้นเกิดจลาจลเพราะคนงานแต่ละก๊กมีจำนวนนับร้อย คืนหนึ่งคนงานจากเหมืองดีดะยกพวกมาล้อมเหมืองถ้ำทะลุเพื่อทำร้ายคนงานเหมืองถ้ำทะลุและเตรียมตัวจะเผากงสีเหมืองถ้ำทะลุ ชาวเหมืองถ้ำทะลุหลบหนีกันอลหม่านเพราะไม่ได้รู้เนื้อรู้ตัว พระจีนคณานุรักษ์ได้อัญเชิญพระกุนเต้กุนประจำตัวซึ่งปัจจุบันประดิษฐานที่บ้านเลขที่ ๓/๑ ถนนอาเนาะรู ขึ้นบนหลังช้างแล้วตีฝ่าวงล้อมออกไป ปรากฏว่าระหว่างนั้นคนงานเหมืองดีดะอยู่ ๆ ก็ล่าถอยไปเอง ภายหลังเมื่อเหตุการณ์สงบคลี่คลายลงคนงานเหมืองดีดะได้เล่าว่าตอนที่ล้อมเหมืองถ้ำทะลุ ได้ยินเสียงโห่ร้องมาจากรอบทิศเหมือนมีกองทัพใหญ่มาช่วยพวกเหมืองถ้ำทะลุ เลยตกใจแตกตื่นกันล่าถอยไปเอง พระจีนคณานุรักษ์ได้เล่าให้ลูกหลานฟังว่าเป็นอภินิหารของพระกุนเต้กุนที่ท่านอธิษฐานขอให้ช่วย


ความขัดแย้งของคนงานเหมืองใหญ่ ๒ ก๊กนี้วันร้ายคืนร้ายก็ปะทุขึ้นมาสักทีจนถึงรุ่นพ่อผมไปทำเหมืองบูหล่วนก็ยังมี ไว้จะนำมาเล่าในโอกาสต่อไป


พระกุนเต้กุนองค์ที่พระจีนคณานุรักษ์อัญเชิญขึ้นหลังช้าง




บันทกวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒

ความคิดเห็น


เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมรายชื่อทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง(ตันเตียงสิ่น)ทุกสายสกุล และมีเรื่องราวต่าง ๆ ของตระกูลและท้องถิ่น รวมถึงนานาสรรพสาระต่าง ๆ

bottom of page