คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๕๔ ศาลเจ้าฮุดเจ๊า
- drpanthep
- 27 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
เมื่อพูดถึงการทำเหมืองที่ถ้ำทะลุ ถ้าไม่เขียนถึงเรื่องนี้เห็นจะไม่ครบสูตร
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็จะชินหูกับคำว่า “ถ้ำลุ” หรือ “ถ้ำทะลุ” เพราะพ่อมักจะเล่าเรื่องราวสมัยทำเหมืองที่ถ้ำทะลุ บันนังสตา ยะลา ให้ฟังอยู่เสมอ และยังมีโอกาสได้พบหน้าค่าตาคนที่เดินทางมาจากถ้ำทะลุอยู่เป็นเนืองนิจ เรื่องที่พ่อเล่าและอยู่ในความทรงจำ เป็นความประทับใจของผมเรื่องหนึ่งคือเรื่องของ “ศาลฮุดเจ๊า ถ้ำทะลุ” วันนี้ผมจะถือโอกาสเล่าประวัติความเป็นมา และเรื่องราวสนุก ๆ เกี่ยวกับศาลเจ้าฮุดเจ๊า ถ้ำทะลุให้ฟังกันครับ
ผมยังแปลกใจกับชื่อศาลเจ้าฮุดเจ๊า เพราะเท่าที่ผมสอบถามผู้รู้มาฮุดเจ๊า หรือฮุดโจ๊ว หมายถึงพระพุทธ แต่ที่ศาลเจ้าฮุดเจ๊า ถ้ำทะลุเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม ที่บริเวณหน้าเหมืองถ้ำทะลุ จะมีถ้ำลักษณะเป็นโถง เต็มไปด้วยหินย้อย เมื่อปีนขึ้นไปบนชะง่อนจะเป็นที่ประดิษฐานรูปแกะสลักเจ้าแม่กวนอิมของนายตันบั่นฮก เป็นที่เคารพสักการะของชาวจีนที่เป็นคนงานเหมืองละแวกนั้นมาตั้งแต่สมัยดั้งเดิม จนกระทั่งปีเถาะ จ.ศ.๑๒๕๓ หรือตรงกับ พ.ศ.๒๔๓๔ นายตันบั่นฮก ซึ่งภายหลังได้เป็นขุนจำเริญภักดี (ตันบั่นฮก คณานุรักษ์) ได้ทำการก่อสร้างศาลเจ้าขึ้นที่บริเวณโถงถ้ำ เข้าใจว่าตอนนั้นคงสร้างแบบไม่ถาวรเท่าที่ควร เพราะหลังจากนั้นไม่นานในปีมะแม จ.ศ.๑๒๖๙ หรือตรงกับ พ.ศ.๒๔๕๐ หลวงจีนคณานุรักษ์ ซึ่งภายหลังได้เป็นพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล้าย คณานุรักษ์) และแม่นายยี่เหนี่ยว ผู้เป็นภรรยา ได้ทำการปฏิสังขรณ์ศาลเจ้าขึ้นใหม่ เรียกได้ว่าศาลเจ้าฮุดเจ๊านี้ลูกชายสร้าง แล้วผู้เป็นพ่อมาปฏิสังขรณ์ให้ใหม่ในภายหลัง

ศาลเจ้าฮุดเจ๊าได้รับการบูรณะ อีกครั้งในปี พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งเป็นยุคที่ถือเป็นยุคทองของถ้ำทะลุ คือการทำเหมืองแร่ดีบุกได้ผลดี บรรดาเจ้าของเหมืองจึงลงขันกันบูรณะให้เป็นอาคารถาวร ศาลเจ้าฮุดเจ๊าจะมีงานฉลองทุกปี โดยในแต่ละปีจะมีเหมืองใหญ่ละแวกนั้นผลัดกันเป็นเจ้าภาพ หรือเรียกว่าเป็น “เถ้าแก่” ได้แก่เหมืองถ้ำทะลุ เหมืองบูหล่วน เหมืองบายอ เหมืองหน่าซัว ในงานจะมีมหรสพต่าง ๆ เป็นที่สนุกสนานของชาวถ้ำทะลุ ทั้งชาวบ้านและชาวเหมือง ถึงช่วงวันงานจะมีการอัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิมจากชะง่อนหินในถ้ำลงมาประดิษฐาน ที่ด้านล่างเพื่อให้สะดวกในการที่ประชาชนจำนวนมากจะมาสักการะ ผู้ที่ทำหน้าที่อัญเชิญคือลุงนพ มานพ คณานุรักษ์ นี่เป็นที่มาที่ไปที่ลุงนพกระซิบบอกผมเมื่อผมตามลุงนพไปที่ศาลเจ้าฮุดเจ๊า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕ ว่า องค์เจ้าแม่กวนอิมในปัจจุบันไม่ใช่องค์เดิมที่ลุงนพเคยอัญเชิญลงมาทุกปี เข้าใจว่ามีคนมาแอบเปลี่ยนไป
พ่อเล่าว่าในสมัยที่พวกพ่อยังคุมเหมืองกันนั้น มีอยู่ปีหนึ่งที่เหมืองบูหล่วนเป็นเถ้าแก่ พ่อไปติดต่อคณะรำวงให้ไปเล่นในงาน แต่ไม่มีใครยอมไป เพราะก่อนหน้านั้น ๑ ปีมีการฉุดสาวรำวงไปข่มขืน มีคนเมาปาก้อนหินใส่คณะรำวงจนเกิดการบาดเจ็บ เลยเป็นที่เกรงกลัวในความป่าเถื่อนของคนงานเหมืองย่านนั้น พ่อต้องไปเจรจาหลายรอบและพานายตำรวจที่ยะลาไปช่วยยืนยันรับประกันกับคณะรำวงว่าจะรับรองความปลอดภัยให้ พ่อบอกว่าพวกที่ก่อเรื่องเป็นคนงานจากเหมืองใหม่ ซึ่งอยู่ถัดจากบูหล่วนเข้าไป คนงานที่เหมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกหนีคดีมาจากที่อื่น ถึงช่วงวันงานปีนั้นจึงมีการเกณฑ์คนงานเหมืองในเครือของเรามาช่วยกันเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดูแลสอดส่องความสงบเรียบร้อย จึงไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีเพราะคนงานเหมืองใหม่เกรงกลัวบารมี
คนที่ชาวถ้ำทะลุและชาวเหมืองเคารพนับถือมากคือปู่อนันต์ คณานุรักษ์ ที่เขาเรียกว่า เถ้าแก่ขุ้นขิ้ม เมื่อมาถึงรุ่นพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งถ้ำทะลุ คือพ่อเหล่ง หรือลุงนนท์ สุนนท์ คณานุรักษ์ พี่ชายคนที่ ๒ ของพ่อ เพราะลุงนนท์เป็นคนที่ถึงลูกถึงคน ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ มีอยู่ครั้งหนึ่งในงานศาลเจ้าฮุดเจ๊า มีคนมายืนคุยกับลุงนนท์แล้วพูดเสียงดัง เพราะเสียงมหรสพดัง น้าลา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านไม่รู้โผล่มาจากไหนชกเปรี้ยงจนคนนั้นล้มลง ถามไปถามมาได้ความจากน้าลาว่าเห็นคนนั้นพูดดังกับพ่อเหล่งคิดว่าทะเลาะกับพ่อเหล่งเลยเข้ามาชก คนนั้นเจ็บตัวฟรีส่วนลุงนนท์ก็ต้องเสียเงินเลี้ยงดูปูเสื่อทำขวัญไปตามระเบียบ บารมีของพ่อเหล่งนี่ไม่เบาเลย อันตัวน้าลานี้พวกเราจะรู้จักแกกันทุกคน เป็นผู้ใหญ่บ้าน รูปร่างสูงใหญ่ ตัวดำ ผมหยิก พูดเสียงดัง ตอนเด็ก ๆ ผมเคยถามแกว่าน้าลาเป็นเงาะซาไกหรือเปล่า แกหัวเราะลั่นเลย
มีอีกเรื่องที่พ่อบอกว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของฮุดเจ๊า คือในสมัยนั้นมีแม่ชีจีนอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้า ครั้นถึงช่วงงานเทศกาลแม่ชีคนนี้แอบไปเดินเรี่ยไรเงินจากร้านค้าในตัวเมืองยะลา แล้วเอาเข้ากระเป๋าส่วนตัวไม่ได้ส่งเข้าเป็นกองทุนศาลเจ้า พวกพ่อเลยไปแจ้งความดำเนินคดีและขับไล่ออกไปจากศาลเจ้า แต่พวกรุ่นใหญ่อย่างลุงนพ ลุงพายัพ อินทรฉัตร เจ้าของเหมืองถ้ำทะลุ ขอไว้ว่าแม่ชีรับผิดและรับปากว่าจะไม่ทำผิดอีกแล้วให้แกอยู่ต่อไปเถอะ แม่ชีคนนั้นก็เลยได้อยู่ต่อ ต่อมาวันหนึ่งแม่ชีจีนคนนี้นอนอยู่ที่ลานโถงถ้ำหน้าพระ หินย้อยก้อนใหญ่เกิดแตกร่วงหล่นลงมาทับแม่ชีตายคาที่ พ่อบอกว่านี่เป็นเพราะพระลงโทษ ก็ไม่รู้บังเอิญหรือเปล่า
ปัจจุบันการทำเหมืองหยุดลง ประกอบกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ดีทำให้ถ้ำทะลุเงียบเหงา ไม่ครึกครื้นเหมือนในอดีต น่าเสียดายมาก และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวคนต่างถิ่นเข้าไปขโมยองค์พระต่าง ๆ จากศาลเจ้าฮุดเจ๊าผมนั่งดูข่าวไม่เห็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ผมเคยปีนไปถ่ายรูปแล้วลุงนพบอกว่าเป็นคนละองค์กับที่ลุงนพเคยเชิญลงมาในงานสมโภชทุกปี หลังจากนั้นผมมีโอกาสไปสักการะองค์พระต่าง ๆ ที่ศาลเจ้าฮุดเจ๊าอีกครั้งก็พบว่าไม่เหลือองค์พระเก่า ๆ เลยมีแต่รูปหล่อของใหม่ทั้งนั้น ไม่รู้ของเก่าหายไปไหนหมด

ฮุดเจ๊า หรือเจ้าแม่กวนอิมองค์ที่ผมทันเห็น

ถ่ายเมื่อผมไปครั้งหลังสุดวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๙
บันทึกวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น