คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๕๖ แกะรอยราชกิจจานุเบกษา
- drpanthep
- 27 ม.ค. 2566
- ยาว 2 นาที
มีใครชอบอ่านหนังสือราชกิจจานุเบกษากันบ้างมั๊ยครับ ผมเป็นคนที่ชอบค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือราชกิจจานุเบกษามาก ช่วงที่ผมไปเรียนต่อเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ทรวงอกที่ศิริราช วันหยุดถ้าผมว่างผมจะไปหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ไปหยิบหนังสือราชกิจจานุเบกษาโบราณมาอ่าน ผมนั่งอ่านเล่นไปเรื่อย ๆ จนได้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตระกูลเกี่ยวกับเมืองปัตตานีเยอะมาก วันนี้จะ ขอเอาหนังสือราชกิจจานุเบกษาที่เกี่ยวข้องกัน ๓-๔ ฉบับ มาร้อยเรียงกัน
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๗ หน้า ๑๘๑ วันที่ ๘ พฤษภาคม ร.ศ.๑๒๙ เป็นเรื่องของแผนกศึกษามณฑล ได้ลงว่าได้รับใบบอกของมณฑลปัตตานีที่ ๑๖/๘๓๒๙ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ร.ศ.๑๒๘ ว่ามีผู้บริจาคทรัพย์บำรุงการศึกษาในมณฑลปัตตานีเป็นเงิน ๒๐๓ บาท ๙๐ สตางค์ นายทอง ว่าที่ข้าหลวงธรรมการ ได้ว่าจ้างช่างทำโต๊ะเรียนและม้านั่งให้โรงเรียนเมืองปัตตานี ๒๕ สำรับ เป็นเงิน ๙๐ บาท และซื้อแบบเรียนภาษามลายูเล่มหนึ่งให้โรงเรียนมลายู ๘๐ เล่ม เป็นเงิน ๒๔ บาท คงเหลือไว้ใช้จ่ายอีก ๘๙ บาท ๙๐ สตางค์
พร้อมทั้งได้ลงรายชื่อผู้บริจาคทรัพย์ในคราวนั้น ซึ่งประกอบด้วย พระยาศักดิ์เสนีข้าหลวงเทศาภิบาล ๕๐ บาท นายทอง ว่าที่ข้าหลวงธรรมการ ๕๔ บาท จีนตั้นบั้นฮก พ่อค้า ๓๐ บาท พระพิพิธภักดี ข้าหลวงมหาดไทย ๒๐ บาท นายสวย เลขานุการ ๕ บาท นายพงษ์ อักษรเลข ๕ บาท นายกล่อม ครูโรงเรียนปัตตานี ๕ บาท นายซุ่นหยิน พ่อค้า ๕ บาท นายซุ่นเหียน พ่อค้า ๕ บาท และผู้บริจาคต่ำกว่า ๔ บาท จำนวน ๓๓ คน เป็นเงิน ๒๔ บาท ๙๐ สตางค์ แจ้งความมา ณ วันที่ ๒๙ เมษายน ร.ศ.๑๒๙
ในขณะนั้นการนับปีใหม่เริ่มวันที่ ๑ เมษายน ส่วน ร.ศ.หรือรัตนโกสินทรศก ให้บวกด้วย ๒๓๒๔ จะได้เป็น พ.ศ. รายชื่อผู้บริจาคที่ผมรู้จักมีพระยาศักดิ์เสนี ซึ่งภายหลังเป็นพระยาเดชานุชิตฯ (หนา บุนนาค) สมุหเทศาภิบาลมณฑลปัตตานี นายทอง ว่าที่ข้าหลวงธรรมการ ต่อมาคือพระยาพิบูลพิทยาพรรค (ทอง คุปตาสา) ธรรมการมณฑลปัตตานี ผู้ที่สร้างคุณูปการต่อการศึกษาของเมืองปัตตานีมากมาย จีนตั้นบั้นฮก พ่อค้า คือขุนจำเริญภักดี(บั้นฮก คณานุรักษ์) กรมการพิเศษเมืองปัตตานีพ่อของปู่อนันต์ คณานุรักษ์ นายพงษ์ อักษรเลข คือนายพงษ์ เดชะคุปต์ ต่อมาเป็นนายอำเภอเมืองปัตตานี
ต่อมาได้มีราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๗ หน้า ๒๙๓๗ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๒๙ ต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาในเมืองปัตตานีโดยแจ้งว่ามีใบบอกจากมณฑลปัตตานีแจ้งความมา ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๒๙ ว่าขุนประสิทธิ์บุรีรมย์ กรมการพิเศษเมืองปัตตานี ได้บริจาคทรัพย์เพื่อสร้างโรงเรียนที่หน้าศาลาว่าการมณฑลปัตตานีเป็นเงิน ๒,๗๐๐ บาท สร้างเป็นอาคารกว้าง ๖ วา ยาว ๑๐ วา ๒ ศอก ยกพื้นสูงจากพื้นดิน ๓ ศอก ๑ คืบ หลังคามุงกระเบื้อง ทาสีทั้งภายในและภายนอก เสาและขื่อคาใช้ไม้ตะเคียน ฝาใช้ไม้กระยาเลย และวันที่ ๖ ธันวาคม เวลาบ่าย ๓ โมงครึ่ง
ขุนประสิทธิ์บุรีรมย์ตลอดจนข้าหลวงเทศาภิบาล ข้าราชการ ราษฎรเมืองปัตตานี ได้จัดงานทำบุญฉลองโรงเรียนโดยอาราธนาพระสงฆ์ ๗ รูปเจริญพระพุทธมนต์ พอรุ่งเช้าวันที่ ๗ ธันวาคม ได้จัดอาหารบิณฑบาต และเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์ ๑๙ รูป แล้วเปิดให้นักเรียนได้เข้าเรียน และขุนประสิทธิ์บุรีรมย์ได้ถวายโรงเรียนนี้ให้เป็นของรัฐบาลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ตอนนี้โรงเรียนเมืองปัตตานีเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมีอาคาร เรียน มีโต๊ะม้านั่ง ซึ่งล้วนแล้วมาจากการบริจาคของข้าราชการและพ่อค้าตลอดจนราษฎรในเมืองปัตตานี

อาคารเรียนที่หลวงประสิทธิ์บุรีรมย์บริจาคทรัพย์ให้สร้าง
สำหรับ ขุนประสิทธิ์บุรีรมย์ กรมการพิเศษเมืองปัตตานี มีชื่อเดิมว่า ก่างเซ่งหิ้น ภายหลังเป็นหลวงประสิทธิ์บุรีรมย์ ท่านได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า กิติสาธร ตามที่ลงประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๓๖ หน้า ๕๔๗ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๒ ว่าพระราชทานนามสกุลลำดับที่ ๔๗๙๗ ให้รองอำมาตย์โทหลวงประสิทธิ์บุรีรมย์(กางเซงหิ้ง) นายอำเภอในมณฑลปัตตานี ปู่ชื่อกิด ว่า กิติสาธร นับว่าเป็นคหบดีใหญ่อีกท่านหนึ่งของเมืองปัตตานี ภรรยาท่านชื่อนางคลี่ วัฒนานิกร พี่สาวหลวงสกลการธานี (ซุ่ยจ่าย วัฒนานิกร) นางคลี่เป็นบุตรสาวของนายบุนเสี้ยน วัฒนานิกร พี่สาวคนโตของนายบุนเสี้ยนชื่อนางยี่จ้อง หรือจ้องเกี้ยว วัฒนานิกรเป็นภรรยาของนายจูเซียน คณานุรักษ์ อ่านแล้วงงมั๊ยครับ ผมพยายามโยงมาหาผมจนได้
ก่อนที่ขุนประสิทธิ์บุรีรมย์จะบริจาคสร้างโรงเรียนท่านเคยบริจาคเงินสร้างสะพานข้ามลำมาบ ถนนมหาดไทยที่ตำบลปะกาฮารังเพื่อเชื่อมต่อเมืองปัตตานีกับเมืองหนองจิก เป็นสะพานกว้าง ๙ ศอก ๑ คืบ ๒ นิ้ว ยาว ๑๐ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว ใช้เงิน ๓๐๐ บาท สร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม ร.ศ.๑๒๖ ตามใบบอกของข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลปัตตานี วันที่ ๙ มิถุนายน ร.ศ.๑๒๗ และลงประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๕ หน้า ๓๑๕ วันที่ ๑๔ มิถุนายน ร.ศ.๑๒๗
ผมก็ไปหาต่อว่าสะพานนี้มันอยู่ตรงไหน ก็อาศัยคำ ๒ คำเป็นกุญแจไขปริศนา นั่นคือถนนมหาดไทย กับสะพานข้ามลำมาบ ถนนมหาดไทยที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงประทานชื่อแล้วมีใครก็ไม่รู้ไปเปลี่ยนชื่อเป็นถนนหนองจิก ลำมาบแปลว่าพื้นที่ลุ่มกว้างใหญ่ซึ่งมีน้ำไหลอยู่ข้างล่าง ผมเลยรู้ว่าสะพานที่ขุนประสิทธิ์บุรีรมย์บริจาคเงินสร้างคือเจ้าสะพานเล็ก ๆ ที่อยู่แถวปั๊ม ปตท.ที่อยู่เลยโรงแรมซี.เอส.ปัตตานีไปทางดอนรัก ปัจจุบันเข้าใจว่ารื้อทำเป็นถนนปกติไปแล้ว เพราะลำมาบโดนถมตื้นเขินไปแล้ว
เห็นมั๊ยครับนี่เผลอแป๊บเดียวผมอ่านแล้วสรุปเนื้อหา ใจความของหนังสือราชกิจจานุเบกษา ๔ ฉบับแล้วนะครับ แถมยังแทรกด้วยเกล็ดจากแหล่งอื่นเข้าไปอีก

หลวงประสิทธิ์บุรีรมย์(ก่างเซ่งหิ้น กิติสาธร)
บันทึกวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น