คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๕๗ ตอนผมคลอด
- drpanthep
- 27 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
อย่าเข้าใจผิดผมไม่เคยคลอด เคยแต่เป็นผู้ที่ถูกคลอด และเป็นผู้ที่ทำคลอดคนอื่น
ผมไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่เคยคุยกับแม่ถึงช่วงเวลาตอนที่แม่อุ้มเราไว้ในท้อง ๔๐ สัปดาห์ ช่วงเวลาที่แม่เจ็บท้องคลอด ช่วงเวลาที่แม่คลอดเราว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง วันก่อนนอนฟังย่าเล่าให้หลาน ๆ ฟังถึงตอนคลอดลูกแต่ละคน หลาน ๆ ตื่นเต้นสนุกกับการเล่าของย่ามาก ผมนอนฟังเงียบ ๆ ทบทวนความทรงจำ เพราะแม่มักจะเล่าให้ฟังบ่อย
แม่เล่าว่าก่อนที่จะมีผมแม่เคยท้องแล้วแท้งมา ๒ ครั้ง เล่ามาถึงตอนนี้หลาน ๆ ก็แซวย่าเลยว่านี่ถ้าย่าตั้งใจมีลูก ๓ คน พ่อก็จะกลายเป็นคนสุดท้อง ไม่มีอาทศอาสรรแล้วนะ ด้วยความที่เคยแท้ง ช่วงที่อุ้มท้องผมแม่เลยโดนอาหมอธัชชัย อาหมอสุคนธ์ มุ่งการดี อาเขยและอาผมสั่งให้ทำงานน้อย ๆ พักผ่อนมาก ๆ เพราะตอนนั้นแม่เปิดร้านทำผมต้องยืนทั้งวัน โชคดีที่ผมมีชีวิตรอดจากการแท้งมาได้

ผมอยู่ในท้องแม่
พอถึงกำหนดคลอดอาธัชชัยจับแม่ไปนอนพักที่ รพ.นราธิวาส เป็นห้องพิเศษ จนเจ็บท้องคลอดซึ่งแม่บอกว่าแม่แทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย อาถามว่ารู้สึกว่ามดลูกบีบตัวหรือเปล่า แม่ยังไม่รู้เลยว่ามันบีบตัวอย่างไร เพราะไม่รู้สึกเจ็บ ถึงตอนคลอดไม่ได้มีการนำแม่ไปคลอดในห้องคลอด แต่อาธัชชัยทำคลอดบนเตียงในห้องพิเศษนั่นเลย แม่บอกว่าไม่ได้ขึ้นขาหยั่ง นอนชันเข่ามีพยาบาลผดุงครรภ์ทำหน้าที่ช่วยเบ่ง ใช้เวลาเบ่งไม่นาน ยังไม่ทันรู้สึกเจ็บปวดผมก็คลอดออกมา
ตอนที่คลอดออกมาผมตัวเขียว ไม่ร้อง ถ้าประเมินตามหลักการแพทย์ด้วยไอ้ที่เราเรียกว่า APGAR score คือการประเมินให้คะแนนทารกขณะคลอดจาก ๕ ด้าน
A Appearance ดูสีผิวว่ามีสีชมพู หรือเขียวคล้ำ
P Pulse ดูว่าชีพจรเต้นหรือไม่
G Grimace ดูการตอบสนองต่อการกระตุ้น มีแสยะของใบหน้า หรือร้องไห้หรือไม่
A Activity มีการดิ้น หรือแค่งอแขนขา หรือนิ่ง
R Respiration หายใจดีหรือไม่
เด็กปกติจะมี APGAR score ๗-๑๐ คะแนน ส่วนของผมน่าจะอยู่ราว ๆ ๓-๔ คะแนน อาธัชชัยต้องดูดน้ำจากทางเดินหายใจ ตบก้นกระตุ้นให้ร้อง สักแป๊บก็ร้องจ้าขึ้นมาทุกคนโล่งอก
ช่วงที่แม่ยังพักฟื้นในโรงพยาบาลหลังคลอดประมาณ ๒-๓ วัน แม่บอกว่าคืนหนึ่งแม่อุ้มให้กินนมแม่ แม่เห็นผมยักคิ้ว ตอนนั้นแม่รู้สึกแปลกใจว่าอะไรกันไม่ทันไรทำไมยักคิ้วได้แล้ว แต่แม่บอกว่าผมยักคิ้วไม่หยุด ตัวร้อนแม่เลยรู้ว่า อ้าว! ผมไข้สูงจนชักนี่นา อาธัชชัยกับอาคนธ์โดนตามให้มาดูผม ตอนนั้นทั้งหมอทั้งพยาบาลรุมกันช่วยผม เพราะผมมีไข้จากการที่มีน้ำคร่ำตกค้างในปอดจนเป็นปอดอักเสบ ที่เรียกว่า Aspiration pneumonia ต้องมีการดูดเอาน้ำคร่ำที่ตกค้างและของเหลวต่าง ๆ ในทางเดินหายใจออกให้มากที่สุด
ช่วงนั้นย่าเสริมสุขย่าผมไปเฝ้าแม่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย พอทุกคนช่วยผมจนปลอดภัยแล้ว วันรุ่งขึ้นย่าให้พ่อนำธูปเทียนไปจุดไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางที่หน้าโรงพยาบาล แล้วย่าเล่าให้พ่อฟังว่าตอนที่ทุกคนมะรุมมะตุ้มช่วยผมย่าว่ามีคนในห้อง ๖ คน แต่ตอนนั้นย่านับหัวคนได้ ๗ หัว มีคนหนึ่งแปลกปลอมยืนโผล่หัวออกมาจากมุมเสา ย่าบอกว่าเขามารอรับผมไปกับเขา แต่ผมยังมีบุญเลยไม่ได้ไป
หลังจากกลับไปบ้านคืนหนึ่งแม่ฝันว่ามีคนรูปร่างสูงใหญ่มาพบแม่แล้วบอกว่าผมเป็นคนดีมีบุญเขาจะมารับไปอยู่กับเขา แม่บอกว่าแม่ตอบไปว่าถ้าลูกกูเป็นคนดีมีบุญมึงต้องให้ลูกอยู่กับกู ถ้าจะเอาลูกกูไปมึงต้องข้ามศพกูไปก่อน คนนั้นเลยหายไป ที่แปลกคือแม่ไม่ได้เล่าให้ใครฟังถึงความฝัน แต่ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันพ่อก็ฝันเห็นคนตัวใหญ่จะมารับผมไปอยู่ด้วยเช่นกัน ผมคงจะเป็นคนดีมีบุญจริง ๆ
ผมไม่กล้าถามแม่ว่าถ้าให้ย้อนกลับไปอยู่ในเหตุการณ์ความฝันอีกครั้ง ตอนนี้แม่จะพูดเหมือนเดิมหรือเปล่า กลัวแม่จะตอบว่าแม่คงยกให้เขาไปเลย ฮิ ๆๆ

อาธัชชัย และอาสุคนธ์ ๒ หมอที่ดูแลผมตั้งแต่แรกคลอด
บันทึกวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๓



ความคิดเห็น