คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๖ หลานรุ่นเล็กของปู่
- drpanthep
- 25 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
ปู่และย่ามีลูกชาย ๕ คน ลูกสาว ๓ คน มีหลานทั้งหมด ๔๐ คน เป็นหลานปู่ ๒๖ คน หลานตา ๑๔ คน
หลานจะแบ่งเป็น ๔ รุ่น รุ่นใหญ่คือเกิดระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๑-๒๔๙๐ รุ่นกลางก็เกิดระหว่าง พ.ศ.๒๔๙๑-๒๕๐๐ เราเป็นกลุ่มหลานรุ่นเล็กเกิดระหว่าง พ.ศ.๒๕๐๑-๒๕๑๒ กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่เกิดหลัง พ.ศ.๒๕๑๒ ไม่ทันเห็นปู่
เราเป็นหลานคนที่ ๓๐ ของปู่
ช่วงที่เข้ามาพักอาศัยในบ้านปู่ ถือว่าเป็นหลานรุ่นเล็กที่ใกล้ชิดกับปู่มากที่สุด เพราะห้องเราอยู่ตรงข้ามห้องปู่ มิหนำซ้ำเวลาเข้าส้วมยังต้องใช้บริการล้างก้นด้วยหลังเท้าปู่ ปู่เลยเอาคืนด้วยให้เป็นคนบีบนวด ทุบ และเหยียบปู่แก้เมื่อย
จำได้ว่าวันหนึ่งปู่นอนที่เก้าอี้หวายตัวโปรด เหยียดขาออกนอนอ่านหนังสือพิมพ์ แล้วให้บีบนวดขาปู่ ระหว่างที่บีบนวดปู่ก็อ่านหนังสือพิมพ์ตรงตัวหนังสือตัวใหญ่ ๆ อ่านแบบสะกดอ่านดัง ๆ ปู่ทึ่งมากไม่นึกว่าไอ้หลานชายคนนี้มันจะอ่านหนังสือออกเพราะตัวกะเปี๊ยกเดียว เลยมีการทดสอบให้อ่านใหญ่เลย จำแม่นว่าไปตายตรงคำว่า “เกษตร” เพราะอ่านว่า “กอ เอ สอ เกด ตอ รอ ตอน เกดตอน” ปู่หัวเราะชอบใจที่อ่านผิดแล้วสอนว่าคำนี้อ่านว่า “กะ เสด” วันนั้นได้รางวัลพิเศษเพิ่มจากค่านวดเป็นค่าอ่านหนังสือออก

สามหนุ่มบ้านตึกขาวยุค พ.ศ.๒๕๑๐
ทุกวันไม่ว่ากำลังทำอะไร เมื่อถึงเวลาจะต้องมาบีบนวดปู่ ถือเป็นกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะวันหยุดจะมีวงไพ่ตองวงใหญ่ จากการที่เข้าไปบีบนวดปู่ ก็ขยายไปสู่บริการบีบนวดผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ในราคาหัวละ ๑ บาท มีรายได้ไปหยอดกระปุกออมสิน
มีเรื่องเล่าจากวงไพ่ตองอีก เนื่องจากขาไพ่เหล่านี้จะเป็นผู้อาวุโส นั่งนอนเล่นไพ่กันหามรุ่งหามค่ำ จึงต้องการอะไรมาบำรุงกำลัง ในสมัยนั้นลิโพวิตันดียังไม่เกิด ก็คงไม่ต้องพูดถึงตระกูลกระทิง ตระกูลเอ็ม ตระกูลควาย เครื่องดื่มชูกำลังที่มีคือกูรอนซาน ซึ่งเป็นน้ำใส ๆ บรรจุมาในหลอดแก้วเหมือนหลอดบรรจุยาฉีดในสมัยนี้ขนาดสัก ๒๐ ซีซี มาเป็นแพ็ค ๆ ละ ๑๐ หลอด ในกล่องจะมีเลื่อยสำหรับตัดคอหลอดแก้ว และมีหลอดดูด
เวลาที่บีบนวดในวงไพ่ ก็จะเห็นกรรมวิธีของผู้อาวุโสในการใช้เครื่องดื่มชูกำลังนี้ ด้วยความอยากลองว่ามันเป็นอย่างไร พอวงไพ่เลิก ได้ฤกษ์งามยามดีดาวโจรขึ้นสู่ท้องฟ้า จัดแจงชวนน้องชายแอบเข้าไปในห้องปีนขึ้นไปหยิบกล่องยากูรอนซานที่เจ้าของวางไว้บนหลังตู้ จัดแจงเลื่อยคอขวด หักคอขวดออก แล้วหยิบหลอดดูดชิมกัน รสชาติมันก็ออกหวาน ๆ แบบน้ำเชื่อม หลอดเดียว ๓ คนจึงไม่พอ มีคนร้องขอชิมเพิ่ม พอถึงกลางคืนเลยเกิดอาการตาค้างนอนไม่หลับไปตาม ๆ กัน จนพ่อกับแม่งงว่าลูก ๆ เป็นอะไรกัน ความมาแตกเอาตอนเช้าเพราะเจ้าของกูรอนซานโวยวายว่ายาชูกำลังของตนหายไปหลายหลอด งานนี้ถูกตีไปตามระเบียบในฐานะผู้นำน้องไปในทางที่ผิด
นอกจากนี้ยังมีวีรกรรมอีกมากมายเช่นราว ๆ ปี พ.ศ.๒๕๑๑ พ่อกับลุงนนท์ลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดเขตอำเภอเมือง ที่ลานบ้านปู่จึงเป็นที่พบปะของชาวบ้านและหัวคะแนน มีการตั้งโต๊ะเลี้ยงน้ำชากาแฟ คนที่ทำหน้าชงคือน้าผอมกับแบมะ หรือโต๊ะมูฮำหมัดที่ขายตังเมหน้ามัสยิดปากีสถานเชิงสะพานศักดิ์เสนีในปัจจุบัน พวกเราจะได้รับอนุญาตให้กินนมเย็นผสมหัวน้ำหวานเฮลล์บลูบอยส์ แต่พอผู้ใหญ่เผลอก็จะบังคับแบมะให้ชงนมเย็นใส่หางกาแฟแทน กินแล้วก็นอนไม่หลับตามเคย

ถ่ายกับแบมะ ตังเม เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๑
นอกจากนี้บนโต๊ะจะวางจานใส่ใบจากและตะเกียงน้ำมันก๊าดไว้จุดใบจาก พวกชาวบ้านที่มาก็จะมวนใบจากยาเส้นจุดสูบกัน ส่วนเราก็รอเวลาผู้ใหญ่เผลอก็ชวนน้องแอบเอาใบจากมามวนไม่ใส่ยาเส้นแล้วจุดสูบพ่นควันกัน พอหัดสูดเข้าปอดก็ไอแค็ก ๆ ปู่ได้ยินหันมาเห็นหลานชายตัวแสบแอบสูบใบจาก ปู่ก็ฟ้องพ่อ โดนตีไปตามระเบียบ ในฐานะพี่เป็นผู้นำน้อง ๆ ก็โดนตีมากกว่าเช่นเคย
การถูกพ่อแม่ตีเป็นเรื่องธรรมดามากของเราเพราะความซน ความดื้อ ความกวนของเราเอง แต่มีที่โดนคนอื่นตีแล้วจำฝังใจ และโดนล้อมาจนโตคือโดนอามวล เมียลุงนพพี่ชายคนโตของพ่อตี เรื่องมีอยู่ว่าช่วงปลายปี พ.ศ.๒๕๐๙ พ่อกับแม่พาน้อง ๆ ไปเที่ยว กทม. แต่เราติดเรียนหนังสือจึงถูกฝากไว้กับลุงนพอามวล ตอนเช้าไปโรงเรียน เย็นกลับมานั่งทำการบ้านที่บ้านปู่ กินข้าวกินขนมวิ่งเล่นจนค่ำอามวลจะมาพากลับไปอาบน้ำ และนอนที่บ้านริมแม่น้ำของลุงนพอามวล
อามวลมีสูตรสำเร็จคือทุกครั้งที่อาบน้ำฟอกสบู่จะต้องฟอกสบู่ที่หน้าด้วย มีอยู่วันหนึ่งไม่รู้เกิดอะไรขึ้นเกิดไม่ยอมให้อามวลฟอกสบู่ที่หน้า เลยโดนอามวลตีร้องไห้ อามวลบอกว่าคืนนั้นนอนละเมอสะอึกสะอื้นทั้งคืน คงจะเสียใจที่โดนอามวลตี
แต่เราไม่เคยโดนปู่ทำโทษเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่ฟ้องพ่อให้พ่อจัดการ
บันทึกวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒



ความคิดเห็น