คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๖๘ เมื่อไม่มีงานหามพระ
- drpanthep
- 28 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
จังหวัดภูเก็ตเพิ่งจะแถลงข่าวว่างานเทศกาลกินผักปีนี้ จะไม่มีการเข้าทรง ลุยไฟ มีสาเหตุมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติตดต่อร้ายแรง Covid-19 ผมก็บอกหลาย ๆ คนว่าให้ช่วยกันภาวนาอย่าให้งานหามพระของปัตตานีเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย วันหามพระของศาลเจ้าเล่งจูเกียงปี พ.ศ.๒๕๖๔ จะตรงกับวันที่ ๒๕-๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
เพราะเจ้า Covid-19 ทำให้เราเจอเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเจอในชีวิตนี้มาแล้วนั่นคือเราไม่มีการหามเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปทำพิธีเซ่นไหว้เช็งเม้งที่บ่อง แต่บางเรื่องที่เราไม่เคยเจอ คนรุ่นพ่อรุ่นปู่เราเขาเจอใหญ่กว่าเรากันมาแล้ว นั่นคือไม่มีงานหามพระลุยน้ำลุยไฟ
วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ ปัตตานีเกิดความวุ่นวายเพราะกองทัพทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่บริเวณชายฝั่งนาเกลือ แล้วเคลื่อนพลเขามาในเมือง มีการต่อต้านจากประชาชนย่านหัวตลาด จนกระทั่งมีการเสริมกำลังจากยุวชนทหาร ตำรวจและทหารจากค่ายบ่อทอง สู้รบกันจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงมีการสงบศึกเมื่อได้รับคำสั่งจากรัฐบาลไม่ให้ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น
แต่ปัตตานีทั้งเมืองตกอยู่ในกฎอัยการศึกสภาวะสงคราม ต้องมีการพรางไฟ ห้ามออกนอกบ้านเรือนยามค่ำคืน หลังจากนั้น ๒ เดือนเศษ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๕ จะเป็นคืนที่ทำพิธีทอดเบี้ย ยกเกี้ยวเข้าโรงพระ เช้าวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๘๕ เป็นวันหามพระ แต่ภายใต้สภาวะสงครามมีคำสั่งให้งดจัดพิธีหามพระของศาลเจ้าเล่งจูเกียง
ก่อนหน้านี้งานหามพระจะมีพิธีทรงเจ้า มีการไต่บันไดดาบ โดยตั้งเสาบันไดที่หน้าประตูเข้าโรงพระด้านที่เก็บเกี้ยวในปัจจุบัน ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีประตู เป็นช่องเตาเผากระดาษเงินกระดาษทอง คนทรงหรือม้าทรงที่ทำหน้าที่ไต่บันไดดาบชื่อน้าคลิ้ง น้าคลิ้งเป็นลูกหลานอยู่ที่บ้านแป๊ะซิ้มมือขวาปู่อนันต์ คณานุรักษ์ ผู้ทำหน้าที่ดูแลด้านพิธีกรรมและความสงบเรียบร้อย
ประเทศไทยอยู่ในสภาวะสงครามภายใต้กฎอัยการศึก ๔ ปี การจัดงานหามพระก็ถูกปรับเปลี่ยน ยกเลิกการเข้าทรงไต่บันไดดาบ ในยุคนั้นบ้านเมืองยังเล็ก ๆ ผู้คนก็ไม่มากมาย ไม่มีนักท่องเที่ยว ก็คงไม่รู้สึกอะไรกันมาก ผู้ที่เคารพศรัทธาก็มาไหว้พระหมอ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่โรงพระในช่วงกลางวัน
มาช่วงนี้เรากำลังมีสงครามกับเชื้อโรคร้าย ก็หวังว่าสงครามจะสงบก่อนที่จะมีผลต่องานหามพระในปี ๒๕๖๔ นะครับ
บันทึกวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓



ความคิดเห็น