คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๗๑ เรื่องนักมวยในสังกัดของย่า ตอนที่ ๒
- drpanthep
- 28 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
คราวที่แล้วพูดถึงนักมวยค่ายเลือดไทยที่ไปตั้งรกรากที่ปัตตานี แล้วปู่กับย่าผมอุปการะหางานการให้ทำ แต่งงานแต่งการให้ คนที่รักและเคารพปู่กับย่ามากคนหนึ่งคือลุงเฉลา ยุวนิยม ซึ่งมากัน ๒ คนพี่น้อง คนพี่คือลุงทองหล่อ
ลุงเฉลาเป็นทั้งนักมวยและนักเลงมีสมัครพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นนักเลงย่านฝั่งธนสะพานพุทธ ปู่ได้ฝากฝังให้ลุงเฉลาทำงานที่ด่านศุลกากร ปัตตานี และให้ไปเป็นมือขวาของขุนเจริญวรเวชช(นพ.เจริญ สืบแสง) ลุงเฉลาแต่งงานกับป้าวิมล ตังสุรัตน์ ลูกสาวของผู้กองทุ่น ตังสุรัตน์ นายตำรวจผู้ซึ่งถูกขุนโจรเป๊าะเยะ แห่งเทือกเขาบูโดยิงตาย ป้ามลเป็นพี่สาวของอาจารย์พิศวาส ตังสุรัตน์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี ครูผู้ประสิทธิประสาทวิชาการอันแก่กล้าจนผมสอบติดคณะแพทย์
ช่วงปี พ.ศ.๒๔๙๐-๒๔๙๑ ที่ปัตตานีมีความขัดแย้งของขั้วอำนาจ ๒ กลุ่มอย่างรุนแรง เป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างข้าหลวงประจำจังหวัดกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัตตานี บรรดาลูกน้องของทั้ง ๒ ฝ่ายก็คุมเชิงกันเต็มที่ ลุงเฉลานั้นเป็นมือขวาของ ส.ส.คือขุนเจริญวรเวชชก็ตกไปอยู่ในวังวนของความขัดแย้งอย่างเต็มตัว พลบค่ำวันหนึ่งลุงเฉลาซึ่งอยู่ที่บ้านตึกขาวของปู่กำลังจะกลับบ้านพักด่านศุลกากรที่ปากน้ำ ย่าก็ทักขึ้นว่าค่ำแล้วอย่ากลับเลยให้นอนที่บ้านปู่ เช้าค่อยไปทำงาน แต่ลุงเฉลาบอกว่าต้องกลับเพราะที่บ้านป้ามลกำลังท้องแก่อยู่บ้านคนเดียว ว่าแล้วก็ปั่นจักรยานจากหัวตลาดข้ามสะพานเดชานุชิตจะกลับบ้านที่ปากน้ำ พอถึงหน้าศาลากลางจังหวัดลุงเฉลาถูกลอบยิงกลิ้งตกไปในคูระหว่างถนนเดชากับสนามศักดิ์เสนีตายคาที่
ต่อมาภายหลังตำรวจนายหนึ่งชื่อหมู่นครได้ไปพบปู่ และกราบขอขมาบอกว่าเขาเป็นคนยิงลุงเฉลาเอง ที่ต้องมาขอขมาเพราะหมู่นครเป็นตำรวจติดตามข้าหลวงปัตตานี คือพระยารัตนภักดี(แจ้ง สุวรรณจินดา) ซึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกลมีลูกชายเป็นเขยวัฒนายากร เมื่อท่านทราบเรื่องนี้จึงเล็งเห็นว่าจะกลายเป็นชนวนให้เกิดความเข้าใจผิด ยิ่งแตกแยกกัน เพราะสิ่งที่หมู่นครทำลงไปท่านไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วย จึงให้หมู่นครไปขอขมาปู่ เพราะถึงลุงเฉลาจะได้ชื่อว่าเป็นมือขวาของขุนเจริญฯ แต่ลุงเฉลานี่เป็นเด็กในสังกัดของปู่กับย่าโดยตรง เป็นอันว่าลุงเฉลาตายฟรี คนยิงก็ไม่ได้ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด
ช่วงที่ลุงเฉลาถูกยิงตายพ่อผมยังเรียนหนังสือที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พ่อบอกว่าวันหนึ่งครูเรียกไปที่ห้องรับแขกบอกว่ามีคนมาขอพบ พ่อไปเจอกับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เป็นคนอาวุโสกว่าพ่อรูปร่างสูงใหญ่ เขาแนะนำตัวกับพ่อว่าเป็นเพื่อนลุงเฉลาอยู่ย่านฝั่งธน ลุงเฉลาฝากฝังให้แอบคอยดูแลพ่อ เขามาส่งข่าวให้พ่อรู้ว่าลุงเฉลาถูกยิงตายแล้ว พ่อบอกว่าอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าลุงเฉลาจะถูกยิงตาย และอึ้งไปเพราะไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยว่าถูกแอบติดตามคอยดูแลจากพรรคพวกของลุงเฉลา
น่าเสียดายที่ผมไม่มีรูปนักมวยในสังกัดของย่ารุ่นใหญ่เลย ไปปัตตานีต้องลองถามอาจารย์พิศวาสว่าที่บ้านมีรูปลุงเฉลาเก็บไว้บ้างหรือเปล่า
บันทึกวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๓



ความคิดเห็น