คำให้การเด็กหัวตลาด ตอนที่ ๗๒ เรื่องนักมวยในสังกัดของย่า ตอนที่ ๓
- drpanthep
- 28 ม.ค. 2566
- ยาว 1 นาที
บรรดานักมวยที่มาอยู่ในอุปการะของปู่กับย่า มีอยู่คนหนึ่งที่ย่ารักเหมือนลูกคือลุงมล หรือ กมล สินทอง คนในบ้านส่วนใหญ่จะเรียกปู่ว่าเถ้าแก่ เรียกย่าว่าแม่นาย แต่ลุงมลจะเรียกปู่ว่าชิก เรียกย่าว่านมเหมือนกับบรรดาลูก ๆ ของปู่และย่า
ลุงมลอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลุงมานพพี่ชายคนโตของพ่อ ลุงมลมาอยู่ปัตตานีตั้งแต่พ่อผมยังเด็ก เป็นนักมวยนอกสังกัดเลือดไทย เพราะลุงมลใช้ชื่อชกมวยว่า มล ยอดใจเพชร ลุงมลเป็นนักมวยของย่าคนเดียวที่ผมมีโอกาสเห็นรูป ตอนเด็ก ๆ จำได้ว่าไปบ้านลุงมลที่ถนนสายบุรีตรงที่เป็นลานพระบรมรูปล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ในปัจจุบันนี้ เห็นรูปลุงมลในชุดนักมวย ไม่เคยเชื่อว่าลุงมลจะเป็นนักมวย เพราะลุงมลเป็นคนเรียบร้อยมาก พูดจาเสียงเบา ๆ นุ่มนวล ใจดีสุด ๆ ชอบปลูกกล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ มันขัดกันกับความเป็นนักมวยอย่างหน้ามือหลังมือ

มล ยอดใจเพ็ชร

ปู่ฝากลุงมลเข้าทำงานที่สำนักงานป่าไม้ และให้ไปเป็นคนติดตามขุนเจริญวรเวชช(นพ.เจริญ สืบแสง)เช่นกัน ภรรยาลุงมลชื่อป้าจิต หรือที่ใคร ๆ ก็เรียกว่าครูสมจิตต์ เพราะป้าจิตเคยเป็นครู แต่ช่วงหลังป้าจิตต์ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์เยาวชน เทศบาลเมืองปัตตานี อยู่ในสนามศักดิ์เสนีฝั่งถนนสะบารัง
ติดกับกำแพงโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี ปัจจุบันไม่เหลือร่องรอยแล้ว
พ่อป้าจิตชื่อครูคง รัตนอุดม เป็นครูสอนพ่อผมที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ มีเรื่องที่ป้าจิตเล่าแล้วผมยังจำได้จนทุกวันนี้คือตอนลุงมลไปจีบป้าจิต ป้าจิตบอกว่าทุกเย็นลุงมลจะอุ้มอาละม่อมน้องสาวคนสุดท้องของพ่อไปบ้านป้าจิต แล้วอ้างว่าอาม่อมอยากไปหาป้าจิต อุ้มไปทุกวันจนเป็นแฟนกันแต่งงานกัน
ลุงมลกับป้าจิตมีลูก ๔ คน พี่ศักดิ์ พี่เล็ก พี่แป๊ว พี่อ้วน พี่ศักดิ์นี่ผมไม่เคยเจอ รู้แต่ว่าตอนผมเด็ก ๆ พี่ศักดิ์เป็นสายลับเข้าไปกัมพูชาแล้วโดนจับขังคุกอยู่หลายปี จนกระทั่งพนมเปญแตกเปลี่ยนจากยุคของเจ้าสีหนุเป็นนายพลลอนนอล จึงได้รับการปล่อยตัวกลับเมืองไทย พี่เล็กทำงานเทศบาล พี่แป๊วเป็นครูโรงเรียนบ้านสะบารังจอมดุสอนน้องผมไม่ได้สอนผมแต่พี่ชิต มณีโชติสามีพี่แป๊วสอนพละผม พี่อ้วนทำงานธนาคารกรุงเทพ
เมื่อไม่กี่วันนี้เพิ่งขอรูปลุงมลในชุดนักมวยมาจากเจี๊ยบหลานสาวลุงมลมาเก็บไว้ป็นที่ระลึก และส่งให้พ่อดูเพื่อรำลึกความหลัง

ลุงมลในงานศพย่าเสริมสุข(วัฒนายากร) คณานุรักษ์ พ.ศ.๒๕๐๙
บันทึกวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๓



ความคิดเห็น