๑๓.ขนรักแร้ร่วง
- drpanthep
- 19 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
สมัยนั้นมหาวิทยาลัยยังอยู่ในระบบราชการ แบ่งข้าราชการออกเป็น ๓ สาย
สาย ก. คืออาจารย์ สาย ข.คือสายวิชาชีพเชิงปฏิบัติการเช่นแพทย์ใช้ทุน แพทย์ประจำบ้าน พยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ สาย ค. คือสายสนับสนุนธุรการ
ช่วงนั้นมีข้าราชการอาวุโสคนหนึ่งพี่แกมีพฤติกรรมประจบประแจงเจ้านายจนพวกเราหมั่นไส้ เพราะไม่ว่าในเวลาหรือนอกเวลาราชการถ้ามีโอกาสพี่แกจะประกบคณบดีตลอด เรียกว่าคณบดีขยับตัวไม่ได้เลยทีเดียว ขนาดนั่งกินเหล้าปวดฉี่จะลุกไปห้องน้ำแกยังแทบจะตามเข้าไปยืนประคองอวัยวะประกอบการฉี่ จนเราแอบนินทากระแนะกระแหนแกว่าแกคงชะเลียจนขนหน้าแข้งคณบดีหมดเกลี้ยงไปแล้ว ฮิ ๆๆ
วันหนึ่งพี่ในก๊วนครูแพทย์ก็มาเล่าอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า...เมื่อกี้กูเดินมา คณบดีกวักมือเรียกกู พวกมึงรู้มั๊ยเกิดอะไรขึ้น...พวกเราก็ได้แต่ทำหน้างง ๆ...คณบดีเรียกไปทำไม...
พี่แกก็บอกว่า...คณบดีแกแค่กวักมือทักทายกู แต่พวกมึงรู้มั๊ยเกิดอะไรขึ้นกับคณบดี...
...พอแกยกแขนกวักมือเรียกกูเท่านั้นแหละ พี่คนนั้นแกยืนประกบอยู่ แกแลบลิ้นแผล็บ คณบดีหุบแขนไม่ทันขนรักแร้คณบดีเกลี้ยงเลย ฮิ ๆๆ...
จอมขนานสมญานามอย่างพวกเราเลยเรียกข้าราชการอาวุโสคนนั้นว่า...พี่แร้...มานับตั้งแต่บัดนั้น ฮิ ๆๆ
อันที่จริงพฤติกรรมที่พี่แร้แกทำนั้นถือว่าธรรมดามาก เนื่องจากพวกเราเป็นลูกหม้อมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่เรียนจบเริ่มทำงาน เราเลยไม่เคยเห็นพฤติกรรมแบบนี้ในแวดวงครูแพทย์มาก่อน
เราไม่มีตำแหน่งหัวหน้าถาวร เพราะไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าภาควิชา คณบดี อธิการบดีล้วนแล้วมาจากการสรรหา อยู่ตามวาระ เราจึงไม่ต้องประจบประแจงเจ้านายกัน เพราะถ้าเราทำงานตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์ใครก็ทำอะไรไม่ได้ เราสามารถทำผลงานวิชาการเพื่อเอาไปขอตำแหน่งทางวิชาการซึ่งจะผูกพันกับระดับ ซี. อย่างดีเจ้านายเหม็นหน้าเราก็ไม่ได้ ๒ ขั้น แต่ช่างมันเถอะพรุ่งนี้เราหรือพวกเราก็อาจจะได้เป็นเจ้านายเขาเหมือนกัน
แต่เมื่อผมออกไปอยู่หน่วยราชการอื่น ได้เห็นการประจบประแจงชะเลียเจ้านายสารพัด แย่งกันเดินชิด แย่งกันเปิดประตู แย่งกันถือกระเป๋า แค่เจ้านายเหลือบตามองร้านก๋วยเตี๋ยวก็มีคนยกก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิดมาให้เลือกกิน จนเจ้านายเคยตัวเหลือบตามองตึก มองเครื่องไม้เครื่องมือราคาแพงๆบ่อยๆ

ความคิดเห็น