๗.ครูใจดี
- drpanthep
- 19 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
ในยุคสมัยโน้นมีครูแพทย์อีกท่านหนึ่งที่ใจดีมาก ท่านเป็นครูแพทย์อาวุโสที่รุ่นราวคราวเดียวกับลุงอ๊าท แต่ว่ากันว่าท่านเรียนนาน สมัยก่อนมีโรงเรียนแพทย์แค่ ๒ แห่งคือศิริราชกับจุฬาฯ เวลานักเรียนแพทย์ศิริราชสอบได้คะแนนไม่ดีก็มีการขอย้ายไปเรียนฝั่งจุฬาฯได้ ผมเคยไปนั่งอ่านสารศิริราชรุ่นเก่า ๆ ในข่าวยังมีชื่อท่านอยู่ศิริราชแล้วย้ายไปฝั่งจุฬาฯ
ครูแพทย์ท่านนี้ท่านเป็นนักระบาดวิทยา เป็นหัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนหรือที่เราเรียกกันว่า com.med. มาจากคำว่า community medicine
วิชา com.med.นี้พวกนักเรียนแพทย์จะเริ่มเรียนกันตั้งแต่อยู่ปี ๑ เทอมปลาย ช่วงปิดเทอมต้องไปออกภาคสนามอีกประมาณ ๑๐ วัน ตอนเราเป็นนักเรียนแพทย์เราไม่ค่อยจะสนใจวิชา com.med. กันสักเท่าไร สนุกก็ตอนไปออกภาคสนามได้คลุกคลีตีโมงกับชาวบ้าน ผมไปฝึกภาคสนามที่แหล่งผลิตหวากหรือน้ำตาลเมา ก็ซดหวากกันทุกวันทุกคืน จนทำงานมากระทั่งวันนี้จึงได้รู้ว่าวิชานี้คือพื้นฐานที่สำคัญของบริการสาธารณสุข เน้นการส่งเสริมป้องกันโรค เน้นการดูแลสุขภาพตนเองผ่านกระบวนการต่าง ๆ ของชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญของระบบบริการสาธารณสุขปฐมภูมิที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญในปัจจุบันนี้นั่นเอง
ครูท่านนี้ชื่อท่านเพราะมากท่านชื่อ.....สวนันท์.....ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อคิดว่าท่านเป็นผู้หญิง มาทราบภายหลังว่าบ้านท่านพี่น้องผู้ชายชื่อทำนองนี้ทั้งหมดเลย สวนิตย์ สวนันท์ สวณัฐ และน้องสาวชื่อลัดดา เป็นหมอหมดทั้ง ๔ คน
ครูสวนันท์จะเป็นคนที่ใบหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลา เวลาพูดก็จะหัวเราะไปด้วย อย่างที่บอกว่าวิชานี้นักเรียนแพทย์ไม่ค่อยเห็นความสำคัญ พอถึงชั่วโมงเลคเชอร์ก็ไม่ค่อยจะมีใครสนใจฟังกัน มัวแต่คุยมัวแต่เล่นกัน ท่านก็ไม่เคยดุด่าว่ากล่าว ยังคงยืนสอนไปยิ้มไป
ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดีและทำงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมานานก่อนจะโอนย้ายมาเป็นครูแพทย์ ท่านจึงเป็นที่รู้จักนับหน้าถือตาในแวดวงสาธารณสุข เวลาท่านนำนักเรียนแพทย์ไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ หรือไปฝึกภาคสนาม จะได้รับความร่วมมือ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเสมอ
ผมนี่ได้ความเมตตาปรานี (ผมไม่ได้เขียนผิดนะ ปรานี แปลว่าเอ็นดูด้วยความสงสาร ที่ใช้กันผิด ๆ ว่า ปราณี อันนั้นแปลว่าผู้มีชีวิต) จากครูสวนันท์เป็นพิเศษ เพราะสอบตกเกือบจะรีไทร์ ก็ไปบอกท่านว่าจะรีไทร์แล้ว แต่ถ้าได้วิชา com.med. A ก็จะรอด ท่านก็เลยใบ้หวย เอ๊ย! ใบ้ข้อสอบให้ว่าไปอ่านตรงนั้นตรงนี้มาให้ดีนะ พอถึงเวลาสอบข้อสอบออกตามที่ท่านใบ้ให้ ผมก็เลยเขียนอธิบายได้คะแนนดี
อันนี้ผมคิดว่าท่านคงจะเข้าใจหัวอกนักเรียนแพทย์ที่สอบตก เพราะท่านมีประสบการณ์มาก่อน จนผมเป็นครูแพทย์เอง ผมก็มักจะเห็นใจนักเรียนแพทย์ที่สอบคะแนนไม่ดี หากไม่มีความบกพร่องเรื่องความรับผิดชอบในการดูคนไข้ เขียนรายงาน มาเรียนมาราวน์วอร์ดสม่ำเสมอ ผมก็มักจะเข็นให้ผ่าน เพราะคิดว่าความรู้ไปไล่เปิดอ่านกันได้ แต่พฤติกรรมการดูแลคนไข้นี่แก้ไขยาก เหมือนกับบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ว่า
....ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด
เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ ฤๅไหว.....

ความคิดเห็น