๙.ครูศัลย์เด็ก
- drpanthep
- 19 เม.ย. 2565
- ยาว 1 นาที
คนส่วนใหญ่จะคิดว่าหมอผ่าตัดน่าจะเป็นคนที่ความดุ ความเด็ดเดี่ยวในตัวจึงจะทำผ่าตัดคนไข้เห็นเลือด เห็นอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายโดยไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนะ
ช่วงที่ผมยังเป็นนักเรียนแพทย์ปี ๔ เป็นน้องเล็กของนักเรียนแพทย์ชั้นคลินิก คือชั้นที่ได้เรียนภาคปฏิบัติกับคนไข้จริง ๆ มีครูแพทย์ท่านหนึ่งท่านเป็นกุมารศัลยแพทย์หรือหมอผ่าตัดเด็ก ในวิชาชีพหมอผ่าตัดหรือศัลยแพทย์นี่เราแยกเป็นหลายสาขานะครับ ศัลยแพทย์ทั่วไปนี่ผ่าสารพัด ประสาทศัลยแพทย์นี่ผ่าตัดสมองกระดูกสันหลัง ศัลยแพทย์ทรวงอกก็ผ่าตัดอวัยวะในช่องอกทุกอย่าง กุมารศัลยแพทย์ก็ผ่าตัดเด็ก ไม่รู้ว่าหมอฟันเขาแบ่งแบบนี้หรือเปล่า บอกใครว่าเป็น...หมอฟันเด็ก...คนฟังคงทำหน้าพิกล ฮิ ๆๆ
กลับมาที่เรื่องของครูแพทย์ที่เป็นหมอผ่าตัดเด็ก ประวัติท่านน่าสนใจมากเพราะท่านจบวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแถวสามย่านทำงานทำการแล้วหลายปีแล้วไม่รู้คิดอะไรยังไงถึงได้บินไปเรียนหมอที่ฟิลิปปินส์ พอกลับมาก็รับทุน ม.อ.ไปเรียนต่อด้านกุมารศัลยศาสตร์ที่โรงพยาบาลเด็กหรือสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินีในปัจจุบันนี้
ท่านเป็นครูแพทย์ที่ใจดีมาก เวลา teaching round หรือสอนกลุ่มท่านจะสอนอยู่เรื่องเดียวคือ intestinal obstruction in children หรือภาวะลำไส้อุดตันในเด็ก ก็มีอยู่สัก ๖-๗ โรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งในสมัยนั้นสามารถหาอ่านได้จากหนังสือศัลยศาสตร์วิวัฒน์เล่ม ๓ เวลาสอนท่านถามพวกเราก็จะตอบได้ สักพักท่านก็จะบอกว่าพวกหมอรู้เรื่องหมดแล้วนี่ จากนั้นก็จะเปลี่ยนจากสอนมาเป็นชวนคุยถามประวัติลูกศิษย์แต่ละคนแทน
วันหนึ่งผมอยู่เวร มีเด็กแรกคลอดเป็น imperforate anus คือไม่มีรูทวารปรึกษามา ครูแพทย์ที่เป็นหมอผ่าตัดเด็กก็พาพวกนักเรียนแพทย์ไปดูคนไข้ สั่งเอกซเรย์ท่า Wangensteen ซึ่งเป็นท่าพิเศษคือจับเด็กห้อยหัวแล้วถ่ายเอกซเรย์บริเวณช่องท้องส่วนล่างให้เห็นส่วนก้น เพื่อจะวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไม่มีรูทวารแบบสูงหรือต่ำ คือปลายลำไส้ใหญ่อยู่สูงหรือต่ำกว่ากล้ามเนื้อหูรูด ถ้าอยู่ต่ำก็ผ่าตัดแก้ไขทำรูทวารเลย แต่ถ้าเป็นแบบสูงก็ต้องทำผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่มาเปิดทางหน้าท้องเป็นทวารเทียมให้ขับถ่ายอุจจาระทางหน้าท้อง เด็กรายนั้นเป็นแบบสูง จึงนำเข้าผ่าตัดเพื่อทำผ่าตัด
เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเด็กที่เล็กมาก ทุกอย่างจึงดูยุ่งยากไปหมดที่สำคัญการทำผ่าตัดต้องใช้เวลาผ่าตัดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านจึงตามครูแพทย์ที่ดุเรือฝรั่งหายซึ่งผมเล่าไว้ตอนทำผ่าไส้ติ่งมาเป็นคนช่วย พอผ่าเปิดช่องท้องแล้วครูแพทย์กุมารศัลยแพทย์ท่านก็หยิบลำไส้เด็กขึ้นมาสำรวจว่ามีความผิดปกติที่ไหนบ้าง จากนั้นก็จับส่วนลำไส้ใหญ่ขึ้นมาแล้วเหมือนจะลังเล หยิบเข้าหยิบออกหลายครั้ง ครูแพทย์จอมดุทนไม่ได้ก็เลยบอกว่า...พี่ ขออนุญาตสลับตำแหน่งเดี๋ยวผมทำให้เอง...ตอนนี้ครูแพทย์จอมดุเป็นมือหนึ่งส่วนครูแพทย์ศัลย์เด็กเป็นมือ ๒ คอยช่วย ส่วนผมก็ทำหน้าที่ดึง retractor คือเครื่องมือที่ใช้เกี่ยวดึงผนังท้องให้เปิดกว้างเพื่อจะได้สะดวกในการทำผ่าตัด ครูแพทย์ ๒ คนก็ช่วยกันทำผ่าตัดไปท่ามกลางความเงียบกริบของห้องผ่าตัด ยุคนั้นยังไม่มีเพลงเยื่อไม้ให้ฟัง ฮิ ๆๆ สักพักก็มีเสียงบ่นเสียงด่าจากครูแพทย์จอมดุ มะงุมะหงาหรากันสักพักใหญ่ ๆ ก็ยังไปไม่ถึงไหน
ครูแพทย์จอมดุวางมือพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเหล่ใส่ครูแพทย์ศัลย์เด็กพร้อมกับเอ่ยเสียงดุ ๆ ดัง ๆ ว่า...พี่ ช่วยให้เหมือนหมอช่วยได้มั๊ย...บรรยากาศภายในห้องผ่าตัดยิ่งเงียบกริบเข้าไปอีกทุกคนในห้องแทบจะกลั้นหายใจ กลัวเสียงหายใจจะทำลายบรรยากาศ ครูแพทย์ศัลย์เด็กท่านก็ก้มหน้าเงียบค่อย ๆ ช่วยผ่าตัดต่อตนเสร็จ
ภายหลังท่านลาออกจากราชการไปเป็นหมอประจำโรงพยาบาลเอกชนเก่าแก่ย่านสะพานควาย แล้วก็ไม่ได้ข่าวคราวอีกเลย

ความคิดเห็น